รัฐบาลเริ่มบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองแรงงานฉบับใหม่ ขยายสิทธิลาคลอดบุตรเป็น 120 วัน และเปิดทางให้คู่สมรสสามารถลาช่วยเลี้ยงดูบุตรได้ 15 วัน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2568 เป็นต้นมา น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ระบุว่า กฎหมายดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการรับมือวิกฤตเด็กเกิดน้อย และการปฏิรูปกฎหมายแรงงานครั้งสำคัญ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน พร้อมสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดเร่งทำความเข้าใจกับนายจ้างทั่วประเทศ
แรงงานชี้ปัญหาเด็กเกิดน้อย กระทบเศรษฐกิจระยะยาว
น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ภาวะเด็กเกิดน้อยเป็นปัญหาระดับโลกที่หลายประเทศกำลังเผชิญ หากไม่มีมาตรการรองรับอย่างเป็นรูปธรรม ภายในปี 2643 ประเทศไทยจะเป็นหนึ่งใน 23 ประเทศที่ได้รับผลกระทบจากจำนวนประชากรลดลงอย่างรุนแรง
การลดลงของประชากรวัยแรงงานจะส่งผลโดยตรงต่อโครงสร้างเศรษฐกิจ ระบบประกันสังคม และความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว กระทรวงแรงงานจึงผลักดันการปรับปรุงกฎหมายเพื่อสนับสนุนการมีบุตรและสร้างสมดุลระหว่างการทำงานกับครอบครัว
ขยายลาคลอด 120 วัน นายจ้างจ่ายค่าจ้างสูงสุด 60 วัน
สาระสำคัญของ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 คือการเพิ่มสิทธิลาคลอดบุตรของลูกจ้างหญิงจากเดิม 98 วัน เป็น 120 วัน ถือเป็นการยกระดับมาตรฐานแรงงานให้สอดคล้องกับแนวโน้มสากล
นอกจากนี้ กฎหมายกำหนดให้นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างระหว่างลาคลอดในอัตราเท่ากับค่าจ้างในวันทำงานปกติ ไม่เกิน 60 วัน เพื่อช่วยลดภาระทางเศรษฐกิจของครอบครัวในช่วงหลังคลอด และสร้างความมั่นคงให้แรงงานหญิงในระบบ
เพิ่มสิทธิลาดูแลบุตรป่วย และสิทธิคู่สมรสครั้งแรก
กฎหมายฉบับใหม่ยังเพิ่มสิทธิลาดูแลบุตรป่วยได้อีก 15 วัน ในกรณีที่บุตรเจ็บป่วย พิการ หรือมีความผิดปกติ โดยลูกจ้างจะได้รับค่าจ้างในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างปกติ ซึ่งช่วยให้ครอบครัวมีเวลาฟื้นฟูและดูแลบุตรอย่างเหมาะสม
ที่สำคัญเป็นครั้งแรกในกฎหมายแรงงานไทย ที่เปิดสิทธิให้คู่สมรสสามารถลาช่วยภรรยาคลอดบุตรได้ 15 วัน โดยได้รับค่าจ้างเต็มจำนวน สะท้อนแนวคิดการแบ่งบทบาทการเลี้ยงดูบุตรระหว่างพ่อและแม่อย่างเท่าเทียม
คุ้มครองลูกจ้างเหมาบริการภาครัฐ เทียบเท่าลูกจ้างทั่วไป
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือ การขยายความคุ้มครองไปยังลูกจ้างเหมาบริการในหน่วยงานของรัฐ ให้ได้รับสิทธิประโยชน์ด้านค่าแรง วันหยุด และสิทธิการลา เทียบเท่ากับลูกจ้างทั่วไป
กระทรวงแรงงานมองว่าการปรับปรุงดังกล่าวจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำในตลาดแรงงาน และสร้างมาตรฐานการคุ้มครองแรงงานที่เป็นธรรมมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานที่เคยขาดหลักประกันด้านสิทธิขั้นพื้นฐาน
สั่งเร่งทำความเข้าใจนายจ้าง ปฏิบัติตามกฎหมายเคร่งครัด
รมว.แรงงานระบุว่า ได้สั่งการให้ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ประสานสวัสดิการแรงงานทั่วประเทศ เร่งประชาสัมพันธ์และทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการและนายจ้าง เพื่อให้ปฏิบัติตามสิทธิลาคลอดและสิทธิการลาตามกฎหมายใหม่อย่างถูกต้อง


