ตำรวจนครบาลบุกจับกุม นายกฤติวุฒิ หรือ “ดีเจพอล” ฉายา “ดีเจมือปลาหมึก” ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีอนาจารและข่มขืนกระทำชำเรา เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 ภายในรีสอร์ทแห่งหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นจากเบาะแสสำคัญที่ภรรยาคนล่าสุดของผู้ต้องหามอบให้เจ้าหน้าที่ หลังทนพฤติกรรมไม่ไหว ขณะที่ตำรวจพบหลักฐานดิจิทัลจำนวนมาก และเชื่อว่ายังมีผู้เสียหายอีกหลายรายที่ยังไม่กล้าเข้าแจ้งความ
ตำรวจนครบาลบุกจับถึงรีสอร์ท หลังได้เบาะแสจากภรรยา
ปฏิบัติการจับกุมครั้งนี้นำโดย พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิไล ผู้บังคับการสืบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมชุดสืบสวนนครบาล หลังได้รับข้อมูลเชิงลึกจากภรรยาคนล่าสุดของผู้ต้องหา ซึ่งให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการชี้พิกัดที่กบดาน
จากการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหาได้หลบหนีออกจากพื้นที่กรุงเทพมหานคร และไปพักอาศัยอยู่ที่รีสอร์ทในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยพยายามหลีกเลี่ยงการติดตามของตำรวจ กระทั่งถูกเข้าจับกุมตามหมายจับของ สถานีตำรวจนครบาลนิมิตรใหม่ ได้โดยไม่เกิดเหตุรุนแรง
สอบปากคำเข้ม ผู้ต้องหาปิดปากเงียบ ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
ภายหลังการจับกุม พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วย พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิไล ได้ร่วมกันสอบปากคำผู้ต้องหานานกว่า 30 นาที ภายในห้องสอบสวน ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด
แม้ผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และไม่ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน แต่เจ้าหน้าที่สังเกตได้ว่าผู้ต้องหามีอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัด สะท้อนแรงกดดันจากพยานหลักฐานที่ตำรวจรวบรวมไว้แล้วเป็นจำนวนมาก
พบหลักฐานดิจิทัลแน่น คอมพิวเตอร์-คลิปวิดีโอมัดตัว
พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิไล เปิดเผยว่า แม้ผู้ต้องหาจะปฏิเสธข้อกล่าวหา แต่ตำรวจมีพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงกับการกระทำความผิดอย่างชัดเจน โดยเฉพาะคำให้การของภรรยาคนล่าสุด ซึ่งมอบหลักฐานสำคัญเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดภายในสถานที่เกิดเหตุ
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจยึดคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่พบภาพถ่ายและคลิปวิดีโอขณะกระทำความผิดจำนวนมาก ซึ่งจะถูกส่งต่อให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อใช้เป็นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ในชั้นศาล
เร่งกู้ข้อมูลวงจรปิด เตรียมออกหมายจับเพิ่ม
จากการตรวจสอบทางเทคนิค ตำรวจพบว่าผู้ต้องหาได้ใช้โทรศัพท์มือถือรีโมตเข้าไปลบข้อมูลกล้องวงจรปิดในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ เพื่อทำลายพยานหลักฐาน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการกู้ข้อมูลจากเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งคาดว่าจะสามารถนำกลับมาใช้เป็นหลักฐานเพิ่มเติมได้
เบื้องต้น ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายจับเพิ่มเติมอย่างน้อย 1 หมาย และมีความเชื่อว่ายังมีผู้เสียหายอีกจำนวนมากที่ยังไม่กล้าเข้าแจ้งความ จึงขอเชิญชวนผู้ที่ได้รับผลกระทบเข้าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนในพื้นที่ เพื่อดำเนินคดีตามกระบวนการกฎหมายอย่างถึงที่สุด


