หลุยส์ สก๊อต และ นุ่น รมิดา ประภาสโนบล เปิดแถลงข่าวด้วยสีหน้าโศกเศร้า หลังสูญเสียบุตรจากภาวะมดลูกแตก อันเป็นผลสืบเนื่องจากแผลผ่าตัดเนื้องอกมดลูกเมื่อกว่า 5 ปีก่อน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2569 ระหว่างตั้งครรภ์ไตรมาสที่ 3 โดยนุ่นมีอาการเจ็บครรภ์รุนแรงและภาวะช็อกจากการเสียเลือด ก่อนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท อย่างเร่งด่วน ทีมแพทย์ยืนยันเป็นอุบัติเหตุทางการแพทย์ที่พบได้ยาก และไม่ใช่กรณีที่เกิดกับหญิงตั้งครรภ์ทั่วไป
เปิดใจทั้งน้ำตา หลุยส์-นุ่น ขอชี้แจงข้อเท็จจริงการสูญเสีย
เมื่อเวลา 14.20 น. นุ่น รมิดา พร้อมด้วย หลุยส์ สก๊อต เดินทางมาแถลงข่าวตามหมายเชิญสื่อมวลชน ณ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท โดยทั้งคู่มีสีหน้าเศร้าอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่หลุยส์มีอาการตาบวมแดงจากการร้องไห้
นุ่นระบุว่า การแถลงข่าวครั้งนี้ต้องการชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมดที่เกิดขึ้น และขอความเข้าใจจากสื่อมวลชนที่ไม่เปิดให้ซักถาม โดยยืนยันว่าตนเองมีแผนผ่าคลอดในวันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมา และได้ฝากครรภ์กับคลินิกของตนเอง โดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญดูแลตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์
แพทย์ผู้ดูแลยืนยัน ฝากครรภ์ตามมาตรฐาน เฝ้าระวังใกล้ชิด
นพ.ณัฏฐ์ เกียรติอภิวสุ แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ เปิดเผยว่า นุ่นเป็นผู้ป่วยที่มาฝากครรภ์ตรงตามนัดอย่างสม่ำเสมอ และได้รับการดูแลตามมาตรฐานวิชาชีพตลอดการตั้งครรภ์
แพทย์ระบุว่า แม้นุ่นจะมีประวัติผ่าตัดเนื้องอกมดลูกเมื่อ 5 ปีก่อน ซึ่งถือเป็นปัจจัยเสี่ยง ทีมแพทย์ได้ประเมินและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสที่ 3 ที่มีการตรวจติดตามทุกสัปดาห์ และได้ประสานงานกับโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท เพื่อเตรียมแผนการคลอดล่วงหน้าแล้ว
วินาทีวิกฤติ ภาวะมดลูกแตก ทำให้เสียเลือดรุนแรง
ด้าน พญ.ปานวาด หาญอมร สูตินรีแพทย์และแพทย์เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท เปิดเผยว่า วันที่ 10 มกราคม นุ่นมีอาการปวดท้องรุนแรง วูบ และมีภาวะความดันโลหิตต่ำอย่างมาก ก่อนถูกนำส่งโรงพยาบาลด้วยรถฉุกเฉิน
จากการประเมินอาการร่วมกับประวัติการผ่าตัด ทีมแพทย์สงสัยภาวะมดลูกแตก ซึ่งเป็นภาวะที่ทำให้มีเลือดออกในช่องท้องจำนวนมาก เมื่อตรวจด้วยอัลตราซาวด์ไม่พบสัญญาณชีพของทารกในครรภ์ จึงจำเป็นต้องผ่าตัดฉุกเฉินเพื่อรักษาชีวิตมารดาเป็นลำดับแรก
ผ่าตัดกว่า 3 ชั่วโมง รอดชีวิตแต่ต้องรักษาในไอซียู
แพทย์พบรอยฉีกขาดขนาดใหญ่บริเวณด้านหลังของมดลูก และมีเลือดออกจำนวนมาก ทีมแพทย์ใช้เวลาผ่าตัดกว่า 3 ชั่วโมง เพื่อเย็บซ่อมมดลูก ให้เลือด และควบคุมสัญญาณชีพจนพ้นภาวะวิกฤติ
อย่างไรก็ตาม หลังผ่าตัดนุ่นมีภาวะน้ำท่วมปอดจากการได้รับเลือดและสารน้ำจำนวนมาก จำเป็นต้องรักษาตัวในห้องไอซียูนาน 4 วัน และพักฟื้นในโรงพยาบาลรวม 6 วัน ก่อนอาการจะทรงตัวและสามารถกลับบ้านได้
นุ่นย้ำเป็นอุบัติเหตุ หวังเป็นบทเรียนเตือนผู้หญิงที่เคยผ่าตัดมดลูก
นุ่นกล่าวว่า สาเหตุการสูญเสียเกิดจากภาวะมดลูกแตกจากแผลผ่าตัดเดิม และเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเองโดยเฉพาะ ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดกับหญิงตั้งครรภ์ทุกคนในไตรมาสที่ 3
พร้อมย้ำว่าอยากให้เหตุการณ์นี้เป็นสัญญาณเตือนสำหรับผู้หญิงที่เคยผ่าตัดมดลูกมาก่อน ให้เพิ่มความระมัดระวังและดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชิด โดยขอให้สังคมเข้าใจว่าเป็นอุบัติเหตุทางการแพทย์ที่พบได้น้อยมาก


