ศาลปกครองกลางยกฟ้อง คดีไตรรัตน์ ฟ้องบอร์ด กสทช. ไม่แต่งตั้งเป็นเลขาฯ ชี้มติบอร์ด กสทช. ชอบด้วยกฎหมาย

ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ยกฟ้องคดีที่ นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการและรักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. ฟ้องเพิกถอนมติบอร์ดเสียงข้างมาก 4 คน ที่ไม่เห็นชอบแต่งตั้งตนเป็นเลขาธิการ กสทช. พร้อมเรียกค่าเสียหายกว่า 6 ล้านบาท ศาลวินิจฉัยว่ามติของกรรมการเสียงข้างมากเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากมีเหตุผลรองรับชัดเจนเกี่ยวกับกระบวนการสรรหาที่ไม่เป็นไปตามมติเดิมของที่ประชุม และไม่เข้าข่ายการกระทำละเมิด

ศาลชี้กระบวนการสรรหาไม่เป็นไปตามมติเดิม

คำพิพากษาระบุว่า ก่อนหน้านี้ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. เคยนำประเด็นกำหนดคุณสมบัติผู้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการเข้าสู่ที่ประชุม และบอร์ดมีมติให้สำนักงานกลับไปปรับปรุงหลักเกณฑ์ พร้อมนำเสนอแนวทางสรรหาและโครงสร้างสำนักงานใหม่ในคราวเดียวกัน โดยให้ชะลอการคัดเลือกผู้บริหารไว้ก่อน

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ยังไม่มีการดำเนินการตามมติดังกล่าว ประธาน กสทช. ได้นำวาระแต่งตั้งเลขาธิการกลับเข้าสู่ที่ประชุมอีกครั้ง และเสนอชื่อ นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล ให้ลงมติ ส่งผลให้กรรมการเสียงข้างมาก 4 คน ได้แก่ พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ, ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต, รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย และ รศ.ดร.สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ ไม่เห็นชอบ

ศาลเห็นว่าการไม่เห็นชอบดังกล่าวมีเหตุผลเพียงพอ เนื่องจากกระบวนการสรรหาไม่ได้เป็นไปตามมติเดิมของบอร์ด และมีข้อทักท้วงจากผู้สมัครรายอื่น รวมถึงมีข้อพิพาททางคดีเกิดขึ้น จึงไม่ถือเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบ

ประเด็น “คู่กรณี” และสิทธิออกเสียงของกรรมการ

อีกประเด็นสำคัญคือข้อกล่าวอ้างว่า กรรมการเสียงข้างมากทั้ง 4 คนไม่มีสิทธิร่วมพิจารณา เนื่องจากเป็น “คู่กรณี” กับผู้ฟ้องคดี ศาลได้วินิจฉัยโดยอ้างอิงพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 13 ว่า คำว่า “คู่กรณี” ในทางกฎหมายหมายถึงผู้ยื่นคำขอ ผู้คัดค้าน หรือผู้ที่อยู่ในบังคับของคำสั่งทางปกครอง มิได้หมายถึงคู่พิพาทในความหมายทั่วไป

ดังนั้น กรรมการทั้ง 4 คนจึงไม่เข้าข่ายเป็นคู่กรณีตามบทบัญญัติดังกล่าว อีกทั้งยังไม่มีข้อเท็จจริงว่ามีเหตุโกรธเคืองส่วนตัวที่ร้ายแรงอันกระทบต่อความเป็นกลาง การเข้าร่วมประชุมและออกเสียงจึงชอบด้วยกฎหมาย และยังจำเป็นต่อการให้ครบองค์ประชุมตามกฎหมาย

คดีเรียกค่าเสียหายกว่า 6 ล้านบาท ศาลยกฟ้องเช่นกัน

ในอีกคดีหนึ่งซึ่งโอนมาจากศาลแพ่ง นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล เรียกค่าเสียหายจากมติทั้งสองครั้ง รวมถึงเงินเดือนและค่าตอบแทนตำแหน่งเลขาธิการกว่า 6 ล้านบาท และเรียกค่าเสียหายส่วนตัวจากกรรมการทั้ง 4 คน คนละ 10 ล้านบาท โดยอ้างว่าเสียโอกาสได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์

ศาลปกครองกลางวินิจฉัยว่า เมื่อมติไม่แต่งตั้งเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย จึงไม่อาจถือเป็นการละเมิด และไม่มีเหตุให้ต้องชดใช้ค่าเสียหายตามที่ร้องขอ

ภาพรวมคดีความระหว่างบอร์ด กสทช. และไตรรัตน์

แหล่งข่าวจากศาลปกครองกลางระบุว่า ปัจจุบันมีคดีความที่เกี่ยวข้องระหว่างบอร์ด กสทช. กับ นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รวม 6 คดี ทั้งในศาลปกครองกลางและศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง โดยหลายคดีมีคำพิพากษายกฟ้องในชั้นต้น และบางคดียังอยู่ระหว่างอุทธรณ์

นอกจากนี้ ยังมีคดีในศาลแพ่งที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาทภายในองค์กร ซึ่งสะท้อนความขัดแย้งเชิงโครงสร้างและการตีความอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายขององค์กรอิสระอย่าง กสทช. ที่ยังอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาของศาล

ผู้อ่านสามารถติดตามรายละเอียดคำพิพากษาและความคืบหน้าคดีต่างๆ ได้จากเว็บไซต์ศาลปกครอง และช่องทางสื่อสารทางการของ กสทช.

สภ.ลาดหลุมแก้วแจงล่ามือปืน หนีคดีครอบครัว