ศาลอาญาพิพากษาประหาร “แอม ไซยาไนด์” คดีวางยาสารวัตรปู

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาประหารชีวิต สรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์ หรือ “แอม ไซยาไนด์” ในคดีวางยาด้วยสารไซยาไนด์ให้ พ.ต.ต.หญิง นิภา หรือ “สารวัตรปู” เสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2566 ที่จังหวัดนครปฐม ศาลชี้เป็นการเจตนาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากคำให้การบางส่วนเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา จึงลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต ขณะที่ครอบครัวผู้เสียชีวิตระบุรู้สึกหดหู่กับพฤติการณ์ที่ถูกกล่าวในศาล

ศาลชี้เจตนาฆ่าโดยไตร่ตรอง ลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต

บรรยากาศที่ ศาลอาญา ในช่วงเช้า เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้เบิกตัวจำเลยจากเรือนจำมาฟังคำพิพากษา โดยคดีนี้อัยการยื่นฟ้องในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จากการวางสารพิษไซยาไนด์ปนในอาหารหรือเครื่องดื่มให้ผู้ตายรับประทาน

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานทั้งฝ่ายโจทก์และจำเลยแล้ว เห็นว่าพฤติการณ์เป็นการเตรียมการล่วงหน้า มีการจัดหาสารพิษและกระทำการโดยมุ่งหวังผลให้ถึงแก่ชีวิต จึงพิพากษาประหารชีวิตตามบทกฎหมาย แต่เนื่องจากคำให้การบางส่วนของจำเลยเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดี จึงมีคำสั่งลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต

ในชั้นสอบสวน จำเลยให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ก่อนที่พนักงานอัยการจะสรุปสำนวนส่งฟ้องต่อศาล การพิจารณาคดีครั้งนี้จึงเป็นคดีสำคัญที่สังคมจับตาในประเด็นอาชญากรรมร้ายแรงและการใช้สารพิษ

หลักฐานพยานแวดล้อม-ผลตรวจยืนยันไซยาไนด์ในร่างกาย

ด้าน รศ.ดร.วีรชัย ซึ่งติดตามคดีในฐานะพยานฝ่ายผู้เสียชีวิต เปิดเผยภายหลังฟังคำพิพากษาว่า ศาลให้น้ำหนักกับพยานหลักฐานหลายประเด็น ทั้งคำให้การของพยานบุคคลและผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์

พยานเจ้าของร้านอาหารให้การสอดคล้องกันว่า เห็นผู้ตายและจำเลยอยู่ด้วยกันในวันเกิดเหตุ อีกทั้งมีพฤติการณ์ที่จำเลยรินน้ำเตรียมไว้ก่อนผู้ตายกลับมาจากห้องน้ำ ขณะที่ผลการตรวจพิสูจน์ยืนยันพบสารไซยาไนด์ในร่างกายผู้เสียชีวิต

นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลเกี่ยวกับการสั่งซื้อสารไซยาไนด์ และการตรวจค้นภายในรถยนต์รวมถึงที่พักอาศัย ซึ่งเชื่อมโยงกับพยานหลักฐานในสำนวน ศาลจึงเชื่อว่าการกระทำดังกล่าวมีเจตนาเพื่อประโยชน์ส่วนตนและปกปิดความผิดเดิม

ครอบครัวผู้เสียชีวิตพอใจคำพิพากษา

นางลัดดาวัลย์ พี่สาวของ “สารวัตรปู” เปิดเผยว่า ครอบครัวพอใจกับคำพิพากษาที่ศาลเห็นว่าเป็นการฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน แม้จะมีการลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิตก็ตาม โดยระหว่างฟังคำพิพากษา ครอบครัวรู้สึกสะเทือนใจกับรายละเอียดพฤติการณ์ที่ถูกหยิบยกขึ้นในศาล

ด้าน น.ส.จารุวรรณ น้องสาวผู้เสียชีวิต ระบุว่า ครอบครัวไม่ได้เรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่ง เนื่องจากต้องการเพียงความยุติธรรมให้ผู้ตาย พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจและพยานที่เกี่ยวข้องที่ทำให้คดีดำเนินมาถึงขั้นมีคำพิพากษา

“หนู-เน”โคตรเขี้ยว กดสูตร 10 ต่อ 1