เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก สนธิกำลังทหาร ตำรวจ และศุลกากร เข้าตรวจยึดน้ำมันดีเซลจำนวน 20,000 ลิตร เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2569 ในพื้นที่บ้านท่าอาจ ตำบลท่าสายลวด หลังได้รับแจ้งเบาะแสว่ามีการเตรียมลักลอบส่งออกน้ำมันไปยังฝั่งเมียนมา โดยใช้ท่าข้ามธรรมชาติบริเวณแม่น้ำเมย เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 2 ราย พร้อมรับสารภาพว่าเตรียมนำน้ำมันส่งขายข้ามแดน ท่ามกลางวิกฤตขาดแคลนน้ำมันในพื้นที่ชายแดน
ปฏิบัติการตรวจยึด สกัดขบวนการลักลอบส่งน้ำมัน
การเข้าตรวจสอบครั้งนี้เกิดขึ้นหลังเจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลจากการสืบสวนว่ามีรถบรรทุกต้องสงสัยเคลื่อนไหวผิดปกติในพื้นที่ชายแดน อำเภอแม่สอด โดยเฉพาะบริเวณใกล้แม่น้ำเมยซึ่งเป็นจุดเสี่ยงต่อการลักลอบขนสินค้าข้ามแดน
เมื่อเข้าตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบรถบรรทุกน้ำมันจอดอยู่ริมฝั่งแม่น้ำในลักษณะเตรียมขนถ่าย จึงเข้าตรวจค้นและพบถังบรรจุน้ำมันดีเซลรวมกว่า 20,000 ลิตร เบื้องต้นได้ควบคุมตัวคนขับรถและชายชาวเมียนมาไว้ดำเนินคดี หลังให้การรับสารภาพว่ามีแผนนำน้ำมันทั้งหมดส่งไปยังฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน
พฤติกรรมต้องสงสัย ชาวบ้านแจ้งเบาะแส
ชาวบ้านในพื้นที่ให้ข้อมูลว่า รถบรรทุกคันดังกล่าวสร้างความผิดสังเกตตั้งแต่ขับผ่านเขตเมืองแม่สอด โดยไม่แวะส่งน้ำมันตามสถานีบริการ แม้จะผ่านปั๊มน้ำมันหลายแห่ง
ยิ่งไปกว่านั้น รถยังมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ห่างไกลติดแม่น้ำเมย ซึ่งไม่มีสถานีบริการน้ำมันตั้งอยู่ และเป็นจุดลับใกล้ชายแดน ทำให้ชาวบ้านเชื่อว่าอาจเกี่ยวข้องกับการลักลอบส่งน้ำมัน จึงแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบจนสามารถสกัดจับได้ในที่สุด
วิกฤตน้ำมันชายแดน ตัวเร่งขบวนการผิดกฎหมาย
สถานการณ์น้ำมันในพื้นที่ชายแดนจังหวัดตาก โดยเฉพาะอำเภอแม่สอด ยังคงตึงตัวอย่างต่อเนื่อง สถานีบริการน้ำมันหลายแห่งมีปริมาณไม่เพียงพอต่อความต้องการ ส่งผลให้ประชาชนต้องต่อแถวยาวนับกิโลเมตร และน้ำมันหมดภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง
ปัจจัยดังกล่าวทำให้พื้นที่ชายแดนกลายเป็นเป้าหมายของกลุ่มลักลอบค้าพลังงาน เนื่องจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมาก็ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำมันเช่นกัน จึงเกิดแรงจูงใจในการลักลอบขนส่งเพื่อเก็งกำไรจากส่วนต่างราคา
ผู้ว่าฯ ตากสั่งเข้ม ปราบลักลอบน้ำมันเด็ดขาด
ด้าน นายชูศักดิ์ รู้ยิ่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในพื้นที่ชายแดนทั้ง 5 อำเภอ เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบและป้องกันการลักลอบส่งออกน้ำมันผิดกฎหมาย
นโยบายดังกล่าวมุ่งเน้นการสกัดกั้นตั้งแต่ต้นทาง รวมถึงการเฝ้าระวังจุดเสี่ยงตามแนวชายแดน เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์ขาดแคลนน้ำมันในประเทศรุนแรงขึ้น และลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่


