จังหวัดเชียงใหม่ ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยกรณีไฟป่าใน 6 อำเภอ หลังสถานการณ์ทวีความรุนแรงต่อเนื่องตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม 2569 ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งปรับแผนรับมือ เน้นลาดตระเวนช่วงกลางคืนและเช้าเพื่อสกัดต้นตอเพลิง พร้อมเร่งประสานหน่วยงานท้องถิ่นควบคุมพื้นที่เสี่ยง ด้านคุณภาพอากาศเช้าวันที่ 1 เมษายน พบค่าฝุ่น PM2.5 ในอำเภอเชียงดาวพุ่งแตะระดับสีแดง กระทบสุขภาพประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ
ปรับยุทธศาสตร์สกัดไฟป่า เน้นลาดตระเวนตามช่วงเวลาเสี่ยง
นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า สถานการณ์ไฟป่าเริ่มรุนแรงขึ้นตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม โดยจุดวิกฤตเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 มีนาคม พบจุดความร้อน (Hotspot) สูงถึง 1,020 จุด ก่อนลดลงเหลือ 355 จุดในวันถัดมา สะท้อนถึงความพยายามควบคุมสถานการณ์ของเจ้าหน้าที่ภาคสนาม
จากการวิเคราะห์เชิงสถิติ พบว่าไฟป่ามักเกิดขึ้นในช่วงเช้าและกลางคืน ขณะที่ช่วงบ่ายมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากมีการเข้าดับไฟอย่างต่อเนื่อง จังหวัดจึงปรับแผนปฏิบัติการใหม่ โดยเน้นการลาดตระเวนในช่วงเวลาที่มีความเสี่ยงสูง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและควบคุมไฟตั้งแต่ต้นทาง
ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ 6 อำเภอ ครอบคลุม 38 ตำบล
จังหวัดเชียงใหม่ได้ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยและเขตช่วยเหลือฉุกเฉินจากเหตุไฟป่า ครอบคลุม 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอฮอด อำเภอสะเมิง อำเภอเชียงดาว อำเภอดอยสะเก็ด อำเภอแม่แตง และอำเภอแม่วาง รวม 38 ตำบล 324 หมู่บ้าน และ 27 ชุมชน
อย่างไรก็ตาม การประกาศดังกล่าวเป็นการกำหนดเฉพาะพื้นที่ที่เกิดเหตุจริงในระดับตำบลและหมู่บ้าน ไม่ได้ครอบคลุมทั้งอำเภอ เพื่อให้การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรมีความแม่นยำและตรงจุดมากยิ่งขึ้น
ปลดล็อกงบประมาณ เร่งช่วยเหลือประชาชนทันที
การประกาศเขตภัยพิบัติในครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญเพื่อเปิดทางให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถใช้งบประมาณและทรัพยากรที่มีอยู่ในการระงับเหตุและช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว ตามกรอบระเบียบราชการ
ผู้ว่าราชการจังหวัดย้ำว่า หากหน่วยงานในพื้นที่ประสบข้อจำกัดด้านงบประมาณ จังหวัดพร้อมอนุมัติเงินทดรองราชการเพื่อสนับสนุนทันที เพื่อให้การแก้ไขสถานการณ์ไฟป่าและการบรรเทาผลกระทบดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
ฝุ่น PM2.5 เชียงดาวพุ่งระดับสีแดง กระทบสุขภาพ
รายงานจากเว็บไซต์ Air4Thai ของกรมควบคุมมลพิษ ณ เวลา 07.00 น. วันที่ 1 เมษายน 2569 ระบุว่า พื้นที่ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ตรวจวัดค่าฝุ่น PM2.5 ได้สูงถึง 286 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งอยู่ในระดับสีแดง มีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนโดยตรง
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงผลกระทบจากไฟป่าที่ไม่เพียงสร้างความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติ แต่ยังส่งผลต่อคุณภาพอากาศและสุขภาพของประชาชนในวงกว้าง โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ


