นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ผู้สมัคร สส.เขต 2 จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย แสดงความกังวลต่อกระบวนการออกเสียงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่จะจัดขึ้นพร้อมการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยชี้ว่าการประชาสัมพันธ์ของภาครัฐและคณะกรรมการการเลือกตั้งยังไม่ทั่วถึง ทำให้ประชาชนจำนวนมากไม่ทราบว่าจะมีการลงประชามติในวันเลือกตั้ง หวั่นส่งผลให้ผู้มีสิทธิ์เสียโอกาสใช้สิทธิ์นับล้านเสียง และอาจทำให้ความพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่บรรลุผลตามเป้าหมาย
ตั้งคำถามรัฐ-กกต.รณรงค์เกียร์ว่าง ส่อไม่จริงใจแก้ รธน.
วันที่ 6 มกราคม 2569 นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ในฐานะอดีตคณะกรรมการยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ออกมาแสดงความไม่สบายใจต่อท่าทีของรัฐบาลและ กกต. ที่ยังขาดการสื่อสารเชิงรุกเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติ โดยระบุว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่ทราบรายละเอียดสำคัญว่าจะมีการถามความเห็นเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ควบคู่กับการเลือกตั้ง
นพ.ชลน่านมองว่าสถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงความไม่กระตือรือร้นของหน่วยงานเจ้าภาพ ทั้งที่ประชามติถือเป็นกลไกสำคัญตามระบอบประชาธิปไตย พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีเจตนาแฝงที่ไม่ต้องการให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 เดินหน้าอย่างจริงจัง
หวั่นเลือกตั้งล่วงหน้าเสียสิทธิ์ กระทบผลประชามติ
ประเด็นที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งตามมุมมองของ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว คือกรณีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต ซึ่งมีมากกว่า 1.2 ล้านคน ที่ลงทะเบียนไปแล้วในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ หากบุคคลเหล่านี้ไม่ได้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์ออกเสียงประชามตินอกเขตเพิ่มเติม จะไม่สามารถร่วมตัดสินใจในประเด็นรัฐธรรมนูญได้
เขาเตือนว่าการขาดข้อมูลที่ชัดเจนอาจทำให้ประชาชนเสียสิทธิ์โดยไม่รู้ตัว และส่งผลโดยตรงต่อคะแนนเสียงเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ซึ่งอาจเปลี่ยนทิศทางอนาคตของการปฏิรูปกติกาสูงสุดของประเทศได้อย่างมีนัยสำคัญ
ชี้ประชามติแพ้ เท่ากับปิดทางตั้ง สสร.
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ย้ำว่า หากผลการออกเสียงประชามติออกมาว่าประชาชนไม่เห็นชอบให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 เพื่อเปิดทางให้มีการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) จะต้องยุติลงทันที
ด้วยเหตุนี้ พรรคเพื่อไทยจึงจำเป็นต้องจัดตั้งคณะกรรมการรณรงค์ให้ความรู้แก่ประชาชนด้วยตนเอง เพื่ออธิบายความสำคัญของประชามติและขั้นตอนการใช้สิทธิ์ แทนการพึ่งพาการประชาสัมพันธ์จาก กกต. ที่ยังมีผลงานน้อยกว่าที่ควรจะเป็นในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการเมืองไทย
จับตา 8 ก.พ. บททดสอบเจตจำนงแก้รัฐธรรมนูญ
การออกเสียงประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ถูกมองว่าเป็นบททดสอบสำคัญต่อเจตจำนงทางการเมืองของรัฐบาลและองค์กรอิสระในการผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน


