นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทยเตรียมปรับแนวทางการทำงานในหลายด้านภายในเดือนสิงหาคม 2569 เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการบริหารและฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชน หลังเกิดคดีทุจริตการสอบแข่งขันเข้ารับราชการท้องถิ่น โดยย้ำว่าการดำเนินการครั้งนี้ไม่ใช่การ “รีเซ็ต” องค์กร แต่เป็นการปรับให้การทำงานเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมพิจารณาโยกย้ายบุคลากรตามความเหมาะสมของภารกิจและสถานการณ์
ปรับการทำงานมหาดไทย เน้นประสิทธิภาพและผลลัพธ์ที่จับต้องได้
นายอนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวว่า ในช่วงเดือนสิงหาคม กระทรวงมหาดไทยจะมีการปรับการทำงานในหลายมิติ เพื่อให้การบริหารราชการมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แต่ไม่ต้องการให้สังคมมองว่าเป็นการ “รีเซ็ต” เพราะหัวใจสำคัญคือการปรับแล้วต้องเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม
นายกรัฐมนตรีระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะคดีทุจริตการสอบแข่งขันเข้ารับราชการท้องถิ่น ได้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้บริหารทุกระดับจึงต้องเร่งดำเนินมาตรการแก้ไข พร้อมแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจัง
ยกตัวอย่างการจัดการที่ดินรัฐ ชี้เมื่อหลักฐานชัดต้องเดินหน้าทันที
นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงแนวทางการบริหารงานของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ โดยเห็นว่าเมื่อมีหลักฐานชัดเจน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งดำเนินการตามกฎหมาย ไม่ควรปล่อยให้กระบวนการล่าช้าโดยไม่จำเป็น
เขามองว่า หลักการดังกล่าวสามารถนำมาปรับใช้กับการแก้ไขปัญหาในทุกหน่วยงานของรัฐ โดยเฉพาะคดีที่กระทบต่อผลประโยชน์สาธารณะ ซึ่งต้องอาศัยการบูรณาการของหลายหน่วยงานและการตัดสินใจที่รวดเร็วภายใต้กรอบกฎหมาย
คดีโกงสอบท้องถิ่นคืบหน้า รัฐบาลย้ำดำเนินคดีทุกมิติ
สำหรับความคืบหน้าคดีทุจริตการสอบแข่งขันเข้ารับราชการท้องถิ่น นายอนุทิน เปิดเผยว่า ภายในระยะเวลาเพียง 2 สัปดาห์ เจ้าหน้าที่สามารถตรวจพบความผิดปกติ เชื่อมโยงผู้เกี่ยวข้อง และขยายผลไปสู่การดำเนินคดีได้อย่างต่อเนื่อง
นายกรัฐมนตรีย้ำว่า การดำเนินการครอบคลุมทั้งทางอาญา ทางแพ่ง และทางวินัย โดยมีหลายหน่วยงานร่วมกันตรวจสอบควบคู่กันไป พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลจะให้การสนับสนุนเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต ขณะที่ผู้กระทำผิดจะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด รวมถึงวางมาตรการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันซ้ำอีก
โยกย้ายเดือนสิงหาคมยึดความเหมาะสม
เมื่อถูกถามถึงการโยกย้ายข้าราชการในเดือนสิงหาคมว่าจะเป็นการปรับในวงกว้างหรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า ขนาดของการโยกย้ายไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่สิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือความเหมาะสมของบุคคลกับหน้าที่รับผิดชอบ และสถานการณ์ของแต่ละหน่วยงานในช่วงเวลานั้น
นายกรัฐมนตรีย้ำว่า เป้าหมายของการบริหารบุคลากรคือการทำให้ระบบราชการสามารถขับเคลื่อนงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตอบสนองต่อความคาดหวังของประชาชน โดยผู้ที่มีผลงานและปฏิบัติหน้าที่อย่างถูกต้องจะได้รับการสนับสนุน ขณะที่การพิจารณาโยกย้ายจะดำเนินการภายใต้หลักความเหมาะสมและประโยชน์สูงสุดของราชการ

