พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เปิดยุทธศาสตร์ทางการเมืองภายใต้แนวคิด “พิฆาตคนชั่ว” เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2568 ที่ที่ทำการพรรค โดย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นำทีมผู้บริหารและผู้สมัคร สส. แถลงจุดยืนเดินหน้าปราบปรามการทุจริต ยาเสพติด และอาชญากรรมสแกมเมอร์ พร้อมเสนอแก้กฎหมายให้ทันต่ออาชญากรรมสมัยใหม่ ย้ำไม่ยอมก้มหัวให้ทุนเทา และเปิดเงื่อนไขชัดเจนต่อการร่วมรัฐบาลกับพรรคการเมืองอื่น หากยึดหลักปกป้องผลประโยชน์ชาติและสถาบันหลักของประเทศ
เปิดยุทธศาสตร์ “พิฆาตคนชั่ว” ชูปราบโกงเป็นวาระแห่งชาติ
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ระบุว่า แนวคิด “พิฆาตคนชั่ว” สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างที่ฝังรากลึกในสังคมไทย โดยเฉพาะการทุจริตในระบบราชการ นักการเมือง และเครือข่ายอิทธิพลที่เอาเปรียบประชาชน จนเกิดสภาวะ “ทำชั่วได้ดีมีถมไป” ซึ่งกลายเป็นความรู้สึกร่วมของสังคมในปัจจุบัน
หัวหน้าพรรครทสช. ย้ำว่า พรรคจะไม่ยอมประนีประนอมกับการทุจริตทุกรูปแบบ และจะไม่ร่วมสังฆกรรมกับผู้มีพฤติกรรมสีเทาหรือทุนเทาที่พยายามครอบงำการเมืองไทย โดยเป้าหมายสำคัญคือทำให้ “คนดีมีที่ยืน” และสร้างระบบที่การทำผิดต้องได้รับโทษอย่างสาสม
เสนอนโยบายคุกกลางทะเล แก้กฎหมายรับมืออาชญากรรมใหม่
นายพีระพันธุ์ เปิดเผยว่า นโยบายของพรรคไม่ได้มุ่งเฉพาะข้าราชการหรือผู้มีอำนาจที่โกงเงินแผ่นดินเท่านั้น แต่ครอบคลุมถึงอาชญากรรมสมัยใหม่ โดยเฉพาะขบวนการสแกมเมอร์และอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งกฎหมายไทยในปัจจุบันยังไม่รองรับอย่างเพียงพอ
พรรครทสช. เตรียมเสนอแก้ไขกฎหมายอาญาและวิธีพิจารณาความอาญา เพื่อเพิ่มโทษเฉพาะสำหรับการฉ้อโกงในรูปแบบเครือข่ายเทคโนโลยีที่สร้างความเสียหายระดับมหาศาล พร้อมเร่งรัดกระบวนการสอบสวน ฟ้องร้อง และบังคับคดีให้รวดเร็ว ไม่ปล่อยให้ผู้กระทำผิดใช้ช่องว่างกฎหมายหลบเลี่ยงความรับผิด
ชี้เจ้าหน้าที่รัฐช่วยเหลือคนผิด ต้องรับโทษเท่ากัน
หัวหน้าพรรครทสช. เน้นย้ำว่า หากเจ้าหน้าที่รัฐ องค์กรอิสระ ตำรวจ หรืออัยการ เข้าไปช่วยเหลือ ทำให้พยานหลักฐานอ่อน หรือไม่ดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา ถือว่าเป็นผู้ร่วมกระทำความผิด และต้องรับโทษในระดับเดียวกัน
เขาระบุว่า แม้กฎหมายปัจจุบันจะกำหนดโทษเพิ่มสำหรับผู้มีตำแหน่งหน้าที่อยู่แล้ว แต่ปัญหาคือความล่าช้าและไม่ชัดเจนของกระบวนการ จึงจำเป็นต้องปรับปรุงระบบให้มีกรอบเวลาที่แน่นอน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนว่ากฎหมายศักดิ์สิทธิ์และบังคับใช้ได้จริง
เปิดเงื่อนไขร่วมรัฐบาล ยึด 3 หลัก ไม่กระทบสถาบัน
ในประเด็นการเมืองหลังการเลือกตั้ง นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ระบุว่า พรรครทสช. พร้อมทำงานร่วมกับพรรคการเมืองใดก็ตาม หากมีจุดยืนชัดเจนใน 3 เรื่องสำคัญ ได้แก่ การแก้ปัญหาความมั่นคงและปัญหาไทย–กัมพูชา การปราบปรามคนโกงและอิทธิพลมืด และการไม่ดำเนินนโยบายใดที่กระทบต่อสถาบันหลักของชาติ
สำหรับความเป็นไปได้ในการร่วมงานกับพรรคประชาชน (ปชน.) หรือพรรคเพื่อไทย (พท.) นายพีระพันธุ์ ระบุว่า ทุกพรรคสามารถทำงานร่วมกันได้ หากยึดหลักดังกล่าว และแยกแยะความผิดส่วนบุคคลออกจากทิศทางของพรรค โดยย้ำว่าการเมืองต้องเดินหน้าเพื่อประโยชน์ของประเทศ ไม่ใช่ยึดติดกับความขัดแย้งในอดีต


