นาย เสกสกล อัตถาวงศ์ หรือ “แรมโบ้อีสาน” ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 10 จังหวัดนครราชสีมา พรรคโอกาสใหม่ เปิดตัวกลับสู่สนามเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 ประกาศขอแรงสนับสนุนจากประชาชนในพื้นที่บ้านเกิด อ.ครบุรี พร้อมชูนโยบายเร่งแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ อาศัยประสบการณ์การทำงานทางการเมืองในยุครัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นจุดขาย ควบคู่การตั้งข้อสังเกตถึงกระแสข่าวการใช้เงินซื้อเสียงที่อาจบ่อนทำลายกระบวนการประชาธิปไตย
เปิดตัวรีเทิร์นการเมือง ย้ำเป็นลูกคนครบุรีโดยกำเนิด
นายเสกสกลเปิดเผยว่า ตนเป็นชาว อ.ครบุรี โดยกำเนิด และไม่เคยห่างหายจากการทำงานการเมือง แม้จะไม่ได้ดำรงตำแหน่งในสภา โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีหลายกระทรวง รวมถึงที่ปรึกษาและผู้ช่วยนายกรัฐมนตรีในสมัยรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งมีโอกาสทำงานแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างต่อเนื่อง
เขาระบุว่า การกลับมาลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการหวนคืนสู่เวทีการเมือง แต่เป็นความตั้งใจที่จะกลับมารับใช้พื้นที่บ้านเกิดอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในช่วงที่ประชาชนฐานรากกำลังเผชิญปัญหาปากท้องและต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น
เลือกลงสมัครเขต หวังทำงานใกล้ชิดประชาชน
นายเสกสกลกล่าวถึงเส้นทางการเมืองว่า เคยสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ และลงสมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ในการเลือกตั้งปี 2566 ก่อนจะลาออกไปทำงานในตำแหน่งอื่นตามที่ได้รับการทาบทาม สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ เดิมมีการวางตัวให้ลงในระบบบัญชีรายชื่อเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม เขาตัดสินใจเลือกลงสมัคร สส.เขต 10 จังหวัดนครราชสีมา เพื่อให้สามารถทำงานในพื้นที่ได้อย่างใกล้ชิด และเข้าถึงปัญหาของประชาชนโดยตรง ครอบคลุมพื้นที่ อ.โชคชัย อ.เฉลิมพระเกียรติ และ อ.ครบุรี ในบางตำบล ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เขาคุ้นเคยและทำงานมาอย่างต่อเนื่อง
ชูเร่งแก้ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำเป็นวาระหลัก
หนึ่งในนโยบายสำคัญที่นายเสกสกลหยิบยกขึ้นมาคือ การแก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรที่ตกต่ำ โดยเฉพาะมันสำปะหลัง ข้าว และอ้อย ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของจังหวัดนครราชสีมา และส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ของเกษตรกรและประชาชนฐานราก
เขาย้ำว่า ปัญหาดังกล่าวต้องได้รับการแก้ไขอย่างเป็นระบบและจริงจัง ไม่ใช่มาตรการระยะสั้น พร้อมระบุว่าที่ผ่านมาได้ต่อสู้เรียกร้องแทนเกษตรกรมาโดยตลอด และได้รับเสียงสะท้อนจากชาวบ้านที่ต้องการให้เขาเป็นตัวแทนในการผลักดันนโยบายด้านการเกษตรในระดับประเทศ
ชี้ปัญหาสัตว์ป่ารุกพื้นที่เกษตร กระทบความเป็นอยู่
นอกจากปัญหาราคาพืชผล นายเสกสกลยังกล่าวถึงปัญหาสัตว์ป่า เช่น ช้างและกระทิง ออกนอกพื้นที่ป่าเข้าทำลายพื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งสร้างความเสียหายต่อผลผลิตและความปลอดภัยของประชาชนในหลายอำเภอ
เขาระบุว่า ปัญหานี้ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการผลักดันนโยบายในเชิงโครงสร้าง เพื่อให้การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสามารถเดินควบคู่ไปกับการคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของเกษตรกรได้อย่างสมดุล
เตือนกระแสซื้อเสียง ชี้เป็นภัยต่อประชาธิปไตย
ในช่วงท้าย นายเสกสกลเปิดเผยว่า ได้รับข้อมูลว่ามีผู้สมัครบางรายเตรียมใช้เงินซื้อเสียงในอัตราหัวละประมาณ 1,000 บาท ซึ่งเขามองว่าเป็นเรื่องอันตรายต่อระบอบประชาธิปไตย และบิดเบือนเจตจำนงของประชาชน
เขาเตือนว่า เมื่อมีการลงทุนซื้อเสียงด้วยเงินจำนวนมาก ย่อมนำไปสู่การถอนทุนคืนในภายหลัง พร้อมขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจกาเลือกผู้สมัครในการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เพื่อให้การเมืองสะท้อนความต้องการที่แท้จริงของประชาชนในพื้นที่


