ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคกล้าธรรม ลงพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู เมื่อเย็นวันที่ 29 มกราคม 2569 พร้อม นายไชยา พรหมา ผู้สมัคร สส.เขต 2 เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ 2 จุด หวังขอคะแนนเสียงจากประชาชนเพื่อนำพรรคกลับเข้าสภาผู้แทนราษฎร โดยชูนโยบายแก้ปัญหาที่ดินทำกิน ภาคเกษตร และโครงสร้างหนี้ พร้อมประกาศความมั่นใจว่าจะสามารถปักธงชัยได้ครบทั้ง 3 เขตเลือกตั้ง เช่นเดียวกับจังหวัดพะเยา ซึ่งเป็นฐานเสียงสำคัญของพรรค
กล้าธรรมเปิดสองเวทีหนองบัวลำภู ดึงแกนนำช่วยผู้สมัครครบ 3 เขต
เมื่อเวลา 18.00 น. ที่โรงเรียนศรีบุญเรืองวิทยาคาร อำเภอศรีบุญเรือง และบริเวณตลาด บขส. อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู พรรคกล้าธรรม จัดเวทีปราศรัยหาเสียงเลือกตั้ง 2 เวทีพร้อมกัน ท่ามกลางประชาชนที่เดินทางมาร่วมรับฟังจำนวนมาก สะท้อนความคึกคักของบรรยากาศทางการเมืองในพื้นที่ภาคอีสานตอนบน
โดยมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ขึ้นเวทีนำทีมช่วยผู้สมัคร สส.ทั้ง 3 เขต ได้แก่ เขต 1 นายชยานันท์ เคตุเมฆ, เขต 2 นายไชยา พรหมา และเขต 3 นายพรรณรงค์ นิลนะมะ พร้อมย้ำว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญของพรรคในการพิสูจน์ผลงานและแนวคิดการเมืองที่เน้นการลงมือทำจริง
“ไชยา” เปิดใจขอคืนพื้นที่ ย้ำจุดยืนการเมืองตลอด 30 ปี
นายไชยา พรหมา กล่าวปราศรัยว่า เวทีในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการหาเสียง แต่เป็นการเปิดใจให้ประชาชนได้รับรู้ถึงความตั้งใจของตนและพรรคกล้าธรรมในการกลับมาทำงานรับใช้ประชาชนอีกครั้ง หลังจากทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรมายาวนานกว่า 30 ปี โดยยึดมั่นในหลักความจริงใจ ความซื่อสัตย์ และความรับผิดชอบเป็นสำคัญ
เขาย้ำว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ตนพยายามทำทุกอย่างอย่างเต็มกำลัง หากเรื่องใดไม่สามารถดำเนินการได้ ก็จะอธิบายเหตุผลกับประชาชนอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งถือเป็นหลักการทำงานที่ยึดถือมาโดยตลอด และเป็นเหตุผลที่ยังคงได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในพื้นที่
เผยเหตุผลย้ายร่วมกล้าธรรม รับเจ็บปวดแต่ไม่หมดศรัทธา
บางช่วงของการปราศรัย นายไชยา เปิดเผยเหตุผลในการตัดสินใจย้ายมาร่วมงานกับ พรรคกล้าธรรม ว่า แม้จะเคยผลักดันนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างเต็มที่ แต่ข้อจำกัดทางโครงสร้างการเมืองทำให้หลายปัญหาไม่สามารถแก้ไขได้อย่างที่ตั้งใจ
เขากล่าวถึงประสบการณ์การดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นเวลา 7 เดือน ซึ่งแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น แต่ได้ทุ่มเทลงพื้นที่แก้ไขปัญหาให้เกษตรกรแทบทุกวัน ก่อนถูกปลดออกจากตำแหน่งโดยไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจน เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความเจ็บปวดและผิดหวังอย่างมาก แต่ไม่เคยทำให้หมดศรัทธาในการทำงานเพื่อประชาชน พร้อมขอโอกาสชาวหนองบัวลำภูอีกครั้งในการกลับเข้าสภาฯ
“ธรรมนัส” ชูนโยบายเกษตร-ที่ดิน มั่นใจไชยาคือรัฐมนตรีในอนาคต
ด้าน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ปราศรัยว่า นโยบายหลักของ พรรคกล้าธรรม มุ่งแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน โดยเฉพาะเรื่องที่ดินทำกิน การผลักดัน ส.ป.ก. 4-01 เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร การแก้ปัญหาอ้อย สินค้าเกษตรเถื่อน และการบริหารจัดการน้ำ พร้อมย้ำว่าพรรคไม่เน้นการพูดสวยหรู แต่เน้นการทำงานให้เห็นผลเป็นรูปธรรม
เขายังกล่าวชื่นชม นายไชยา ว่าเป็นเสมือนพี่ชายทางการเมือง เคยร่วมงานกันในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และมีผลงานชัดเจน ทั้งการปราบปรามหมูเถื่อนและสินค้าเถื่อนหลายประเภท รวมถึงบทบาทในตำแหน่ง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ได้รับการยอมรับจาก สส.ทุกฝ่าย พร้อมยืนยันว่า หากได้รับโอกาสกลับเข้าสภาฯ นายไชยาจะเป็นหนึ่งในรัฐมนตรีของพรรคในอนาคต
ปักธงครบ 3 เขตเหมือนพะเยา เตรียมขยายฐานสู่กรุงเทพฯ
ภายหลังการปราศรัย ร.อ.ธรรมนัส ให้สัมภาษณ์ว่า บรรยากาศทางการเมืองของหนองบัวลำภูมีลักษณะคล้ายจังหวัดพะเยา บ้านเกิดของตน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นทางการเมือง โดยใช้แนวทางสร้างฐานจากการเมืองท้องถิ่นเป็นหลัก และเชื่อว่าพรรคจะสามารถปักธงได้ครบทั้ง 3 เขตเลือกตั้ง
เขาย้ำว่า ประชาชนในพื้นที่กว่า 99% เกี่ยวข้องกับภาคเกษตร นโยบายของพรรคจึงมุ่งเน้นด้านเกษตรเป็นหลัก ทั้งการบริหารจัดการน้ำ การแก้ปัญหาราคาพืชผล และการปรับโครงสร้างหนี้ครูและเกษตรกร พร้อมระบุว่า สัปดาห์หน้าจะเริ่มลงพื้นที่หาเสียงในกรุงเทพฯ ร่วมกับ นางปวีณา หงสกุล ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมฝ่ายสังคม โดยจะเน้นชุมชนหลักที่มีความคุ้นเคย เช่น คลองเตย ลาดพร้าว และดินแดง เพื่อขยายฐานเสียงในเมืองหลวง


