ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การกำกับของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดปฏิบัติการเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 เข้าตรวจค้น 8 จุดในจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย จับกุมผู้ต้องหา 3 รายในขบวนการ “ซิมม้า” หลอกโรงเรียนในพื้นที่ภาคเหนือจัดกิจกรรมอบรมรู้ทันภัยสแกมเมอร์ ก่อนแจกซิมอินเทอร์เน็ตฟรีให้นักเรียนกว่า 200 คน พร้อมสแกนบัตรประชาชนและสแกนใบหน้าเพื่อลงทะเบียน จากนั้นนำซิมไปขายให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ฝั่งท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ใช้ก่อเหตุหลอกลวงประชาชน
แกะรอยจากคดีหลอกโอนเงิน สู่ขบวนการซิมม้า
ปฏิบัติการครั้งนี้อยู่ภายใต้การสั่งการของผู้บริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมี พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กำกับดูแลการสืบสวน หลังศูนย์ ACSC ได้รับแจ้งคดีหลอกลวงออนไลน์ 8 กรณี เมื่อเดือนธันวาคม 2568
จากการตรวจสอบพบว่า หมายเลขโทรศัพท์ของคนร้าย 7 หมายเลข ลงทะเบียนในชื่อเด็กและเยาวชนอายุไม่เกิน 15 ปี ในพื้นที่อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ โดยคนร้ายแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หลอกให้เหยื่อโอนเงินค่าเปลี่ยนมิเตอร์ไฟฟ้า ทำให้ตำรวจขยายผลจนพบความเชื่อมโยงกับเครือข่ายจัดหาซิมการ์ด
เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานและขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหา 3 ราย ซึ่งเป็นพนักงานขายของบริษัทเครือข่ายโทรศัพท์แห่งหนึ่ง ในข้อหาร่วมกันจัดหาซิมที่ลงทะเบียนในนามบุคคลอื่น และนำข้อมูลไปใช้ก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี

อ้างอบรมต้านสแกมเมอร์ หลอกสแกนหน้าเด็กหลายครั้ง
ผลการสืบสวนพบว่า เมื่อวันที่ 17 และ 24 พฤศจิกายน 2568 มีกลุ่มบุคคล 4 คน เข้าไปจัดกิจกรรมในโรงเรียน 2 แห่ง ในตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ โดยอ้างว่าจะให้ความรู้เรื่องภัยคอลเซ็นเตอร์และแจกซิมอินเทอร์เน็ตฟรีเพื่อการศึกษา
นักเรียนที่มีบัตรประชาชนกว่า 200 คน เข้าร่วมกิจกรรมและถูกสแกนบัตรประชาชนพร้อมสแกนใบหน้าเพื่อเปิดใช้งานซิมการ์ด เจ้าหน้าที่เชื่อว่ามีการสแกนใบหน้าเด็กแต่ละคนหลายครั้ง เพื่อเปิดใช้งานหลายหมายเลขต่อหนึ่งคน แต่แจกซิมให้เด็กกลับบ้านเพียงคนละ 1 ซิม
การกระทำดังกล่าวเข้าข่าย “ซิมม้า” ซึ่งหมายถึงการนำข้อมูลบุคคลอื่นไปลงทะเบียนเปิดเบอร์โทรศัพท์ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือของแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือเครือข่ายสแกมเมอร์ ลดความเสี่ยงในการถูกติดตามตัว
ผู้บริหารโรงเรียนเตือนอย่าหลงเชื่อกิจกรรมแฝงภัย
ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุ กลุ่มผู้ต้องหาได้นำเอกสารเข้ามาประสานงานอย่างเป็นทางการ ทำให้โรงเรียนเข้าใจว่าเป็นกิจกรรมเพื่อประโยชน์ทางการศึกษา จึงอนุญาตให้จัดอบรม
อย่างไรก็ตาม ภายหลังทราบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามว่า ซิมที่ลงทะเบียนในชื่อนักเรียนบางรายถูกนำไปใช้กระทำความผิด ทำให้ผู้ปกครองและครูเกิดความกังวลว่าเด็กอาจตกเป็นผู้ต้องสงสัยโดยไม่รู้ตัว โรงเรียนจึงแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน และประสานหน่วยงานการศึกษาเพื่อแจ้งเตือนสถานศึกษาอื่น ๆ
ขยายผลเชื่อมโยงคอลเซ็นเตอร์ท่าขี้เหล็ก
แนวทางสืบสวนระบุว่า ซิมการ์ดที่เปิดใช้งานจากข้อมูลนักเรียนถูกส่งต่อไปยังเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในพื้นที่ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดที่พบการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์จำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา
ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างประสานบริษัทเครือข่ายโทรศัพท์เพื่อระงับการใช้งานหมายเลขที่เกี่ยวข้องโดยเร่งด่วน และเร่งขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการรายอื่น ส่วนผู้ต้องหาทั้ง 3 รายให้การปฏิเสธ และถูกนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ดำเนินคดีตามกฎหมาย
ประชาชนสามารถติดตามความคืบหน้าคดีอาชญากรรมออนไลน์ และแนวทางป้องกันภัยคอลเซ็นเตอร์ ได้จากศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) และช่องทางประชาสัมพันธ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างเป็นทางการ

