เหตุเพลิงไหม้ ร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ย่านลาดพร้าว 1 ซึ่งมีผู้เสียชีวิตแล้ว 32 ราย และมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ล่าสุดเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 หนึ่งในผู้รอดชีวิตเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน โดยยืนยันว่าไม่เคยได้ยินสัญญาณเตือนไฟไหม้หรือเห็นระบบสปริงเกอร์ทำงานในช่วงเกิดเหตุ พร้อมเล่านาทีหลบหนีออกจากอาคาร ขณะที่ตำรวจเร่งสอบพยานเพิ่มเติมและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อหาสาเหตุและผู้รับผิดชอบต่อเหตุโศกนาฏกรรมครั้งนี้
ตำรวจเร่งสอบพยาน-แกะภาพวงจรปิด หาสาเหตุเพลิงไหม้
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 เป็นประธานประชุมคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีเพลิงไหม้ร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว หลังจากก่อนหน้านี้สอบปากคำพยานไปแล้ว 52 ปาก
พยานที่สอบสวนประกอบด้วยผู้ประกอบการ พนักงานภายในร้าน ผู้ได้รับบาดเจ็บ ญาติผู้เสียชีวิต และเจ้าหน้าที่ที่เข้าตรวจสถานที่เกิดเหตุ ขณะที่ในวันเดียวกัน พนักงานสอบสวนได้จัดชุดลงพื้นที่สอบปากคำผู้เชี่ยวชาญด้านอาคารและระบบไฟฟ้า รวมถึงผู้บาดเจ็บที่ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานให้รอบด้าน
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างวิเคราะห์ภาพจากกล้องวงจรปิดภายในร้านจำนวน 16 ตัว หลังได้รับเซิร์ฟเวอร์ที่สามารถกู้ข้อมูลกลับมาได้จากกองพิสูจน์หลักฐาน โดยรายงานเบื้องต้นพบว่า มีภาพเปลวไฟลุกขึ้นบริเวณเพดานเหนือเวทีประมาณ 20 วินาที ก่อนเพลิงจะลุกลามอย่างรวดเร็ว จนนำไปสู่การสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินจำนวนมาก
ผู้รอดชีวิตเผยไม่ได้ยินสัญญาณเตือน เห็นเพียงคนตะโกนว่าไฟไหม้
นายนัฏฐพงศ์ ละคร อายุ 25 ปี หนึ่งในผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ เดินทางเข้าแจ้งความเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน พร้อมให้ข้อมูลถึงเหตุการณ์ในคืนเกิดเหตุ
นายนัฏฐพงศ์ เล่าว่า เดินทางมาถึงร้านประมาณเวลา 22.30 น. และนั่งอยู่บริเวณหน้าเวทีฝั่งประตูทางเข้า ช่วงใกล้เที่ยงคืนสังเกตเห็นควันสีขาวพุ่งออกมาจากเพดาน แต่เข้าใจว่าเป็นเอฟเฟกต์ประกอบการแสดง จึงไม่ได้เอะใจ กระทั่งเห็นประกายไฟและได้กลิ่นไหม้ จึงรีบวิ่งหนีออกทางประตูด้านหลังฝั่งลานจอดรถ
ระหว่างหลบหนีเกิดความโกลาหลจากผู้ใช้บริการที่แตกตื่น ทำให้ตนถูกดึงขา แต่สามารถหลุดออกมาและวิ่งไปยังจุดปลอดภัยได้ โดยยืนยันว่าไม่เคยได้ยินเสียงสัญญาณเตือนไฟไหม้ และไม่เห็นระบบสปริงเกอร์ภายในอาคารทำงาน มีเพียงเสียงคนตะโกนแจ้งว่า “ไฟไหม้” เพื่อเตือนผู้ที่อยู่ภายในร้าน
เผยการ์ดใช้ไฟฉายชี้ทางหนีไฟ สูญเสียเพื่อน 1 ราย
ผู้เสียหายเปิดเผยเพิ่มเติมว่า ระหว่างวิ่งหนีออกจากอาคาร พบเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 2 คน ใช้ไฟฉายส่องนำทางไปยังประตูทางออกด้านหลังฝั่งลานจอดรถ ซึ่งเป็นเส้นทางที่ตนใช้หลบหนี ก่อนจะพบเจ้าหน้าที่ทั้งสองอีกครั้งบริเวณพื้นที่ปลอดภัยด้านนอก
นายนัฏฐพงศ์ ระบุว่า วันเกิดเหตุเป็นครั้งแรกที่มาใช้บริการร้านแห่งนี้ จึงไม่ได้สังเกตตำแหน่งทางหนีไฟ โดยเดินทางมาพร้อมเพื่อนทั้งหมด 4 คน แต่หนึ่งในเพื่อนคือ นายสิทธิพงษ์ ไชโย เสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนี้ ทำให้รู้สึกเสียใจอย่างมาก พร้อมทั้งได้มอบคลิปวิดีโอที่บันทึกไว้ก่อนเกิดเหตุประมาณ 30 นาทีให้พนักงานสอบสวน ซึ่งในคลิปยังไม่ปรากฏความผิดปกติหรือกลุ่มควันภายในร้าน
ส่วนอาการบาดเจ็บของตนเป็นบาดแผลบริเวณหน้าผากและหูทั้งสองข้าง เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเพชรเวชโดยใช้สิทธิประกันสังคม ก่อนเดินทางมาแจ้งความเพื่อให้ข้อมูลประกอบสำนวนคดี
ประกันสังคมเปิดรับผู้เสียหาย ยืนยันพร้อมช่วยเหลือทุกกรณี
ในวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่จาก สำนักงานประกันสังคม เดินทางมายัง สน.พหลโยธิน เพื่อติดตามรายชื่อผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ พร้อมประสานการให้ความช่วยเหลือตามสิทธิของผู้ประกันตนและครอบครัวผู้เสียหาย
เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือญาติผู้เสียชีวิตติดต่อขอรับสิทธิ์เยียวยาและเบิกค่ารักษาพยาบาล จึงขอให้พนักงานของร้านที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงแรงงานต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นชาวลาวหรือสัญชาติอื่น ติดต่อสำนักงานประกันสังคมโดยตรง ทั้งนี้ แม้นายจ้างจะไม่ได้ขึ้นทะเบียนลูกจ้างเข้าสู่ระบบประกันสังคม หน่วยงานก็พร้อมให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด

