สถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ทวีความรุนแรงตลอดช่วงค่ำวันที่ 1 มีนาคม ต่อเนื่องถึงเช้ามืดวันที่ 2 มีนาคม 2569 หลังเกิดเหตุโจมตีทั้งทางบก ทางอากาศ และทางทะเลในหลายประเทศ ทั้งโอมาน อิสราเอล อิหร่าน และกาตาร์ โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ขณะที่สหรัฐฯ อิสราเอล และสหราชอาณาจักร ออกมาเปิดเผยปฏิบัติการทางทหารตอบโต้ฝ่ายอิหร่าน สะท้อนความตึงเครียดด้านความมั่นคงที่ขยายวงกว้าง และเพิ่มความกังวลต่อเสถียรภาพของภูมิภาคอย่างมีนัยสำคัญ
เรือบรรทุกน้ำมันถูกโจมตีนอกชายฝั่งโอมาน จุดชนวนความตึงเครียดทางทะเล
เหตุการณ์เริ่มต้นในช่วงเย็นวันที่ 1 มีนาคม เวลาประมาณ 18.30 น. ตามเวลาไทย เมื่อศูนย์ความมั่นคงทางทะเลของโอมานรายงานว่า เรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งถูกโจมตีนอกชายฝั่งใกล้ท่าเรือคาซาบ ทางตอนเหนือของประเทศโอมาน ห่างจากฝั่งราว 8 กิโลเมตร ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 4 คน
รายงานด้านความมั่นคงระบุเพิ่มเติมว่า มีเรืออย่างน้อย 3 ลำถูกโจมตีในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ด้านพลังงานของโลก การโจมตีในพื้นที่ดังกล่าวจึงไม่เพียงกระทบต่อความมั่นคงทางทหาร แต่ยังสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อเศรษฐกิจและตลาดพลังงานระหว่างประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ขีปนาวุธถล่มเมืองเบต เชเมช เสียชีวิตพุ่ง สูญหายหลายราย
เวลา 19.30 น. ตามเวลาไทย มีรายงานการยิงขีปนาวุธโจมตีเมือง เบต เชเมช ทางตอนกลางของประเทศ อิสราเอล ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 9 คน และยังมีผู้สูญหายอีก 11 คน เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งค้นหาผู้ติดค้างใต้ซากอาคารอย่างต่อเนื่อง
กองทัพอิสราเอลประกาศยกระดับการป้องกันภัยทางอากาศทั่วประเทศ ขณะที่เสียงไซเรนเตือนภัยดังขึ้นในหลายพื้นที่ สะท้อนสถานการณ์ที่ยังคงเปราะบาง และมีความเสี่ยงต่อการโจมตีซ้ำในระยะสั้น
สหรัฐฯ โจมตีเรืออิหร่าน “ทรัมป์” อ้างทำลาย 9 ลำ
เวลา 22.00 น. กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ CENTCOM เปิดเผยว่า ได้ดำเนินปฏิบัติการโจมตีเรือของอิหร่าน 1 ลำในพื้นที่ปฏิบัติการ ต่อมา โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ระบุว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้ “ทำลายและจม” เรือรบอิหร่านรวม 9 ลำแล้ว
ถ้อยแถลงดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยันตัวเลขจากแหล่งข่าวอิสระ แต่สะท้อนท่าทีแข็งกร้าวของรัฐบาลสหรัฐฯ ต่อสถานการณ์ในภูมิภาค นักวิเคราะห์มองว่า ความเคลื่อนไหวนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ความขัดแย้งขยายตัวเป็นวงกว้าง
อิสราเอลเปิดฉากถล่มเตหะราน ระเบิดต่อเนื่องกลางดึก
เวลา 22.30 น. กองทัพอิสราเอลประกาศเปิดฉากโจมตีทางอากาศครั้งใหม่ในกรุง เตหะราน ประเทศ อิหร่าน ก่อนจะมีรายงานเหตุระเบิดรุนแรงอย่างน้อย 2 ครั้งในช่วงเวลา 01.45 น. ของวันที่ 2 มีนาคม
ต่อมาเวลา 02.00 น. กองทัพสหรัฐฯ แถลงว่า ได้ทำลายกองบัญชาการของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ซึ่งเป็นหน่วยกำลังสำคัญด้านความมั่นคงของอิหร่าน การโจมตีเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์เช่นนี้ สะท้อนระดับความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
เวลา 02.30 น. สำนักข่าว ISNA ของอิหร่านรายงานว่า โรงพยาบาลคานธี ทางตอนเหนือของกรุงเตหะราน ถูกโจมตีทางอากาศ โดยกล่าวหาว่าเป็นปฏิบัติการร่วมระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล ข้อกล่าวหาดังกล่าวยังรอการตรวจสอบจากแหล่งข่าวอิสระ
อังกฤษยิงโดรนอิหร่านตก ใกล้กาตาร์ เสียงไซเรนดังทั่วเยรูซาเลม
เวลา 01.20 น. กระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรเปิดเผยว่า เครื่องบินรบของกองทัพอากาศอังกฤษได้ยิงโดรนอิหร่านที่กำลังมุ่งหน้าไปยังประเทศกาตาร์ตก ถือเป็นการมีส่วนร่วมทางทหารครั้งแรกของสหราชอาณาจักร นับตั้งแต่การโจมตีร่วมกันของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่านในรอบนี้
ช่วงเวลา 03.40 น. มีรายงานเสียงไซเรนเตือนภัยทางอากาศและเสียงระเบิดเหนือเยรูซาเลมตะวันตก หลังอิสราเอลตรวจพบขีปนาวุธที่ยิงมาจากอิหร่านมุ่งหน้าสู่ดินแดนอิสราเอล สถานการณ์ดังกล่าวยิ่งตอกย้ำว่าความไม่สงบในตะวันออกกลางกำลังเข้าสู่ภาวะเปราะบางขั้นสูง


