**โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประกาศเตรียมตอบโต้ อิหร่าน อย่างรุนแรง หลังทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตเพิ่มอีก 3 นายในช่วงสุดสัปดาห์ ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตจากความขัดแย้งระหว่างสองประเทศเพิ่มเป็นอย่างน้อย 17 นาย ขณะที่ กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เปิดปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายในอิหร่านต่อเนื่องเป็นคืนที่ 10 เพื่อจำกัดศักยภาพการคุกคามเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางความพยายามทางการทูตที่ยังดำเนินควบคู่ไปกับสถานการณ์สู้รบซึ่งทวีความตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง
ทรัมป์สั่งกองทัพเตรียมตอบโต้ หลังทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตเพิ่ม
นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ระบุว่า ทุกครั้งที่อิหร่านสังหารทหารอเมริกัน จะต้องเผชิญการตอบโต้ “เป็นทวีคูณ” พร้อมเปิดเผยว่าได้สั่งการไปยัง นายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.แดเนียล เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วม และผู้บัญชาการกองทัพทุกเหล่าทัพให้เตรียมดำเนินมาตรการตอบโต้
คำประกาศดังกล่าวมีขึ้นหลัง กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ยืนยันว่า มีทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตเพิ่มอีก 3 นายในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดย 2 นายเสียชีวิตที่ฐานทัพในประเทศจอร์แดน และอีก 1 นายเสียชีวิตในพื้นที่ตอนเหนือของอิรัก ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตจากสงครามกับอิหร่านเพิ่มเป็นอย่างน้อย 17 นาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บประมาณ 430 นาย
กองทัพสหรัฐฯ เปิดโจมตีอิหร่านต่อเนื่องเป็นคืนที่ 10
CENTCOM เปิดเผยว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีระลอกใหม่เมื่อเวลา 03.00 น. ตามเวลาประเทศไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อลดขีดความสามารถของอิหร่านในการโจมตีเรือพาณิชย์ที่สัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญของโลก
หลังการประกาศปฏิบัติการไม่นาน มีรายงานเสียงระเบิดหลายจุดในพื้นที่ตอนใต้ของอิหร่าน ขณะที่ระบบป้องกันภัยทางอากาศถูกเปิดใช้งานในหลายจังหวัด โดยสื่อของทางการอิหร่านรายงานเหตุระเบิดในจังหวัดฮอร์โมซกัน เมืองบันดาร์อับบาส เกาะเกชม์ รวมถึงเมืองท่าบูเชห์ร ชาห์บาฮาร์ และโคนารัก อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดความเสียหายหรือจำนวนผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการ
ความตึงเครียดลุกลามทั่วภูมิภาค ตะวันออกกลางเฝ้าระวัง
นอกจากพื้นที่ในอิหร่านแล้ว สถานการณ์ยังส่งผลกระทบต่อประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยกองทัพจอร์แดนเปิดเผยว่า สามารถยิงสกัดขีปนาวุธของอิหร่านได้ 3 ลูก หลังมีการเปิดสัญญาณเตือนภัยทั่วประเทศ
ขณะเดียวกัน กองทัพคูเวตรายงานการสกัดโดรนของอิหร่านได้สำเร็จ ส่วนบาห์เรนเปิดเผยว่า โดรนที่ถูกปล่อยจากอิหร่านมีเป้าหมายไปยังระบบการเดินอากาศของประเทศ แม้เหตุการณ์ดังกล่าวจะยังไม่ส่งผลกระทบต่อการให้บริการด้านการบิน แต่สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงด้านความมั่นคงที่ขยายวงกว้างมากขึ้น
การทูตยังเดินหน้าควบคู่การสู้รบ จับตาข้อเสนอหยุดยิง 10 วัน
แม้การปะทะทางทหารจะดำเนินต่อเนื่อง แต่ นายอิสมาเอล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน เปิดเผยว่า ทั้งสองฝ่ายยังคงมีการสื่อสารผ่านตัวกลางระหว่างประเทศ โดยมีการแลกเปลี่ยนข้อเสนอใหม่เพื่อพยายามลดระดับความขัดแย้ง
แหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาระบุว่า กลุ่มประเทศตัวกลางได้เสนอแนวคิดให้ทั้งสองฝ่ายหยุดยิงเป็นเวลา 10 วัน เพื่อเปิดทางกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาอีกครั้ง หากข้อเสนอดังกล่าวเกิดขึ้นจริง อาจรวมถึงการยุติข้อจำกัดด้านการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของความขัดแย้ง อย่างไรก็ตาม ทำเนียบขาวยังไม่ได้ยืนยันว่าจะตอบรับข้อเสนอนี้หรือไม่ แต่ระบุว่าช่องทางการทูตยังคงเปิดอยู่
สหรัฐฯ เตรียมรับศพทหาร ขณะอิหร่านเดินหน้าภารกิจการทูต
นางแคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะเดินทางไปร่วมพิธีรับศพทหารสหรัฐฯ ที่เสียชีวิตจากสงครามกับอิหร่าน ณ ฐานทัพอากาศโดเวอร์ในวันอังคาร เพื่อแสดงความอาลัยต่อผู้เสียชีวิต
ด้านอิหร่านยังคงเดินหน้าภารกิจทางการทูต โดย นายเอสกันดาร์ โมเมนี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของอิหร่าน เดินทางเยือนประเทศปากีสถาน เพื่อหารือกับ นายโมห์ซิน นัควี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของปากีสถาน ท่ามกลางความคาดหวังว่าความร่วมมือทางการทูตอาจช่วยลดความตึงเครียดของสถานการณ์ในภูมิภาคได้ในระยะต่อไป


