โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศสั่งการให้ตัดขาดความตกลงทางการค้ากับสเปนทั้งหมด เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 ระหว่างให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนภายหลังการประชุมกับ ฟรีดริช เมอร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี โดยให้เหตุผลว่า รัฐบาลสเปนไม่อนุญาตให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพในประเทศเพื่อปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และความขัดแย้งด้านงบประมาณกลาโหมในกรอบนาโต ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ทางการค้าและความมั่นคงระหว่างสองประเทศโดยตรง
ทรัมป์ประกาศกร้าวกลางเวทีนานาชาติ
รายงานจากสำนักข่าวรอยเตอร์ระบุว่า โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวอย่างชัดเจนว่า ได้สั่งการให้ สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ดำเนินการ “ตัดขาดข้อตกลงการค้าทั้งหมดกับสเปน” พร้อมระบุว่า สหรัฐฯ ไม่จำเป็นต้องมีความเกี่ยวข้องทางธุรกิจกับสเปนอีกต่อไป
ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นระหว่างการหารือกับ ฟรีดริช เมอร์ซ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าประเด็นนี้ไม่ใช่เพียงความขัดแย้งทวิภาคี แต่ยังเชื่อมโยงกับบริบทความมั่นคงของยุโรปและพันธมิตรนาโต โดยทรัมป์ยังกล่าวอ้างถึงอำนาจฝ่ายบริหารในการระงับหรือคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อประเทศคู่ค้า
ปมฐานทัพทหารกับปฏิบัติการอิหร่าน
ความขัดแย้งครั้งนี้มีชนวนจากการที่ เปโดร ซานเชส นายกรัฐมนตรีสเปน ปฏิเสธไม่อนุญาตให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพโรตาและโมรอน ทางตอนใต้ของสเปน เป็นจุดปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน ส่งผลให้กองทัพสหรัฐฯ ต้องย้ายเครื่องบินอย่างน้อย 15 ลำ รวมถึงเครื่องบินเติมเชื้อเพลิง ออกจากพื้นที่ดังกล่าว
ฐานทัพทั้งสองแห่งถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของสหรัฐฯ ในยุโรปใต้ การไม่อนุญาตให้ใช้ฐานทัพจึงมีนัยทางยุทธศาสตร์และการเมืองอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์อิหร่านยังเปราะบางและถูกจับตาในเวทีระหว่างประเทศ
ประเด็นงบกลาโหมนาโตซ้ำเติมความตึงเครียด
นอกจากกรณีฐานทัพแล้ว โดนัลด์ ทรัมป์ ยังวิพากษ์วิจารณ์สเปนเรื่องการไม่ปฏิบัติตามข้อเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกนาโตเพิ่มงบประมาณกลาโหมเป็น 5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ GDP ซึ่งเป็นข้อเสนอที่สร้างแรงสั่นสะเทือนในหมู่ประเทศพันธมิตร
ในกรอบองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต การแบ่งภาระค่าใช้จ่ายด้านความมั่นคงเป็นประเด็นอ่อนไหวมาโดยตลอด การที่สเปนไม่เห็นด้วยกับระดับงบประมาณดังกล่าว ทำให้ประเด็นนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาเชื่อมโยงกับมาตรการทางการค้าครั้งล่าสุด
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
การตัดความตกลงทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และสเปน หากดำเนินการจริง อาจกระทบห่วงโซ่อุปทาน การลงทุน และภาคธุรกิจทั้งสองฝ่ายอย่างมีนัยสำคัญ โดยสหรัฐฯ เป็นหนึ่งในคู่ค้าสำคัญของสเปน ขณะที่สเปนก็มีบทบาทในตลาดยุโรปที่เชื่อมโยงกับบริษัทอเมริกันจำนวนมาก
นักวิเคราะห์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมองว่า มาตรการดังกล่าวอาจเป็นเครื่องมือกดดันทางการเมืองมากกว่าการตัดขาดทางเศรษฐกิจโดยสมบูรณ์ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยังต้องติดตามท่าทีอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลสเปนและความคืบหน้าเชิงนโยบายของฝ่ายสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด

