ดีเอสไอถอยคดีเขากระโดง ยุติสืบสวนส่ง ป.ป.ช.ดำเนินการ

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ยุติการสืบสวนคดีบุกรุกที่ดิน เขากระโดง จ.บุรีรัมย์ หลังดำเนินการตรวจสอบมานานกว่า 7 เดือน โดยระบุว่าประเด็นเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่รัฐอยู่ในอำนาจหน้าที่ของ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตามกฎหมาย ขณะที่สำนวนการสืบสวนทั้งหมดถูกส่งไปประกอบการพิจารณาของ ป.ป.ช. แล้ว ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569 ภายหลังการประสานข้อมูลกับตำรวจพบว่า กองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ได้ดำเนินการสอบสวนในประเด็นเดียวกันและส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ไต่สวนข้อเท็จจริงไปก่อนหน้านี้

ดีเอสไอยุติสืบสวน อ้างอำนาจตามกฎหมายเป็นของ ป.ป.ช.

พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า ระหว่างที่ดีเอสไอดำเนินการสืบสวนข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการบุกรุกและครอบครองที่ดินบริเวณเขากระโดงนั้น ได้มีการประสานสอบถามไปยัง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม

จากการตรวจสอบพบว่า บก.ปปป. ได้ดำเนินการสืบสวนในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ และได้ส่งสำนวนไปยัง ป.ป.ช. เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการไต่สวนข้อเท็จจริงแล้ว

โฆษกดีเอสไอระบุว่า เมื่อคดีอยู่ในกระบวนการของ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้มีอำนาจตรวจสอบการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่รัฐโดยตรง ดีเอสไอจึงต้องยุติการสืบสวนในประเด็นเดียวกัน และส่งข้อมูลทั้งหมดไปประกอบการพิจารณาของ ป.ป.ช. เพื่อหลีกเลี่ยงความซ้ำซ้อนของกระบวนการยุติธรรม

สำนวนชี้พฤติการณ์เจ้าหน้าที่รัฐ ปมที่ดิน 4,414 ไร่

ในสำนวนที่ดีเอสไอจัดทำขึ้น ได้รวบรวมข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการครอบครองที่ดินเขากระโดง ซึ่งมีพื้นที่รวมประมาณ 4,414 ไร่ โดยเป็นพื้นที่ที่อยู่ในแนวเขตของ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)

เนื้อหาส่วนใหญ่ในสำนวนเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาว่ามีการใช้อำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐโดยมิชอบ ซึ่งเป็นประเด็นหลักที่ผู้ร้องเรียนต้องการให้ตรวจสอบ จึงถูกส่งต่อไปให้ ป.ป.ช. พิจารณาไต่สวนข้อเท็จจริงตามขั้นตอนกฎหมาย

ดีเอสไอระบุว่า แม้จะยุติการสืบสวนในส่วนของคดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ข้อมูลที่รวบรวมได้ยังถือเป็นหลักฐานสำคัญในการตรวจสอบข้อเท็จจริง และสามารถใช้ประกอบการดำเนินคดีในหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องได้

คดีปกครองและแพ่งยังเดินหน้าต่อในศาล

สำหรับประเด็นทางปกครองและทางแพ่งที่เกี่ยวข้องกับที่ดินเขากระโดงนั้น ยังอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาของศาล โดยก่อนหน้านี้ อธิบดีกรมที่ดิน ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน เพื่อพิจารณาว่าควรเพิกถอนเอกสารสิทธิในพื้นที่ดังกล่าวหรือไม่

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการสอบสวนมีมติไม่เพิกถอนเอกสารสิทธิ ทำให้เกิดการยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อขอให้เพิกถอนมติดังกล่าว ส่งผลให้ปัจจุบันยังมีคดีในศาลปกครองที่เกี่ยวข้องกับการใช้ที่ดินในพื้นที่เขากระโดง

นอกจากนี้ ยังมีคดีแพ่งระหว่างประชาชนและหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับกรรมสิทธิ์ที่ดิน ซึ่งยังคงอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาลเช่นกัน

จุดเริ่มต้นคดี หลัง รฟท.ร้องสอบการบุกรุกพื้นที่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มอบหมายให้ พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผู้อำนวยการกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดำเนินการตรวจสอบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการครอบครองและการออกเอกสารสิทธิในพื้นที่เขากระโดง

ต่อมา การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายหรือสำนักงานอาณาบาลของ รฟท. เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อดีเอสไอ เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 เพื่อให้ดำเนินคดีตาม พระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

การร้องเรียนดังกล่าวมีเป้าหมายให้ตรวจสอบการครอบครองที่ดินของกลุ่มบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการยึดถือครอบครองที่ดินของ รฟท. รวมทั้งตรวจสอบบทบาทของเจ้าหน้าที่รัฐที่อาจเกี่ยวข้องกับการออกเอกสารสิทธิในพื้นที่ดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ภายหลังการประสานข้อมูลกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอื่น พบว่าคดีในส่วนที่เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่รัฐอยู่ในอำนาจของ ป.ป.ช. จึงนำไปสู่การยุติสำนวนของดีเอสไอในครั้งนี้

ไหวมั๊ย“ดรีมทีม” “อนุทิน/2”

20 ลูกเรือ “มยุรี นารี” กลับถึงไทยแล้ว บริษัทรับตัวดูแลทันที