อิหร่าน แสดงท่าทีพร้อมยุติความขัดแย้งกับสหรัฐฯ และอิสราเอล หากได้รับหลักประกันด้านความมั่นคงที่ชัดเจน โดย มาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน เปิดเผยเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 ระหว่างการหารือกับผู้นำยุโรปว่า เตหะรานมี “เจตจำนง” ในการยุติสงคราม แต่ต้องมั่นใจว่าจะไม่เกิดการรุกรานซ้ำในอนาคต ท่าทีดังกล่าวสะท้อนความพยายามลดความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ท่ามกลางแรงกดดันจากประชาคมระหว่างประเทศที่ต้องการเห็นการคลี่คลายสถานการณ์อย่างยั่งยืน
เงื่อนไขหลัก “ต้องไม่เกิดสงครามซ้ำ” แกนเจรจาอิหร่าน
มาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน ระบุว่า อิหร่านไม่ได้ปิดประตูสู่การเจรจา แต่การยุติความขัดแย้งจำเป็นต้องมีหลักประกันที่ชัดเจน โดยเฉพาะการรับรองว่าจะไม่มีการโจมตีหรือการรุกรานเกิดขึ้นอีกในอนาคต
เงื่อนไขดังกล่าวถือเป็นประเด็นสำคัญในเชิงยุทธศาสตร์ เนื่องจากอิหร่านต้องการสร้างเสถียรภาพด้านความมั่นคงในระยะยาว มากกว่าการหยุดยิงเพียงชั่วคราว ซึ่งอาจนำไปสู่ความขัดแย้งรอบใหม่ได้
หารือผู้นำยุโรป สะท้อนบทบาทตัวกลางระหว่างประเทศ
ถ้อยแถลงของผู้นำอิหร่านมีขึ้นระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์กับประธานสภายุโรป โดยสำนักงานประธานาธิบดีอิหร่านระบุว่า การหารือดังกล่าวมุ่งเน้นการหาทางออกทางการเมืองและการทูตเพื่อลดความรุนแรงของสถานการณ์
บทบาทของยุโรปในฐานะตัวกลางมีความสำคัญต่อการคลี่คลายความขัดแย้ง เนื่องจากสามารถเชื่อมโยงการเจรจาระหว่างฝ่ายที่มีความตึงเครียดสูงอย่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ให้เข้าสู่กระบวนการพูดคุยอย่างเป็นทางการ
สัญญาณลดตึงเครียดตะวันออกกลาง ท่ามกลางแรงกดดันโลก
การส่งสัญญาณพร้อมยุติสงครามของอิหร่านครั้งนี้ ถูกมองว่าเป็นความพยายามลดแรงกดดันจากประชาคมโลก ที่เรียกร้องให้ทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าทางทหาร ซึ่งอาจลุกลามเป็นความขัดแย้งในวงกว้าง
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า ความสำเร็จของกระบวนการสันติภาพจะขึ้นอยู่กับความชัดเจนของ “หลักประกันความมั่นคง” ที่อิหร่านเรียกร้อง รวมถึงท่าทีตอบรับจากสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งยังคงเป็นตัวแปรสำคัญในสมการภูมิรัฐศาสตร์ของภูมิภาค


