รัฐบาลโดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการลดภาระค่าครองชีพด้านพลังงาน ด้วยการกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟบ้านอยู่อาศัย 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย เริ่มใช้ในรอบบิลเดือนมิถุนายน 2569 ครอบคลุมประชาชนกว่า 20 ล้านครัวเรือน ท่ามกลางสถานการณ์ราคาพลังงานโลกผันผวนจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและความต้องการพลังงานที่ยังสูง โดยมุ่งบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนและควบคุมต้นทุนเศรษฐกิจในประเทศ
ครม.ดัน “วาระแห่งชาติพลังงาน” ลดค่าไฟประชาชน
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม. เห็นชอบในหลักการ “วาระแห่งชาติด้านพลังงาน” เพื่อรับมือกับต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น พร้อมสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตามกรอบกฎหมายอย่างเร่งด่วน
สาระสำคัญของมาตรการคือการปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้า โดยกำหนดเพดานราคาสำหรับการใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรกในภาคครัวเรือน ไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ซึ่งจะเริ่มมีผลในรอบบิลเดือนมิถุนายน 2569 เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในวงกว้าง
ปัจจัยพลังงานโลกดันต้นทุนไฟฟ้าพุ่ง
รัฐบาลประเมินว่า ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ประกอบกับความต้องการใช้พลังงานของโลกที่ยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สถานการณ์ดังกล่าวกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตไฟฟ้าในประเทศ และมีแนวโน้มส่งผ่านไปยังราคาสินค้าและบริการ รัฐบาลจึงจำเป็นต้องเร่งออกมาตรการบรรเทาผลกระทบ เพื่อรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจและกำลังซื้อของประชาชน
เร่งพลังงานสะอาด-โซลาร์รูฟ ลดพึ่งระบบหลัก
นอกจากมาตรการค่าไฟ รัฐบาลยังเดินหน้าส่งเสริมการผลิตและใช้พลังงานสะอาด โดยเฉพาะการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในภาคครัวเรือน เพื่อให้ประชาชนสามารถผลิตไฟฟ้าใช้เอง ลดการพึ่งพาระบบไฟฟ้าหลัก
ขณะเดียวกัน ภาครัฐจะผลักดันการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ในหน่วยงานราชการผ่านรูปแบบ ESCO Model และปรับระบบรับซื้อไฟฟ้าเป็น Feed-in Tariff (FiT) เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริงและจูงใจการลงทุนมากขึ้น
เป้าลดใช้พลังงานรัฐ 20% ดันเทคโนโลยีประหยัดไฟ
ในด้านการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ รัฐบาลตั้งเป้าให้หน่วยงานภาครัฐลดการใช้พลังงานลงอย่างน้อย 20% พร้อมกำหนดให้มีการรายงานผลอย่างต่อเนื่อง และเชื่อมโยงกับการประเมินผลผู้บริหาร
นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีประหยัดพลังงาน เช่น การเปลี่ยนระบบไฟสาธารณะเป็นหลอด LED และการใช้ไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์ ควบคู่กับระบบบริหารจัดการพลังงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในระยะยาว
หนุน EV-พลังงานชีวภาพ สร้างระบบพลังงานยั่งยืน
รัฐบาลยังเร่งส่งเสริมการใช้และการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ภายในประเทศ รวมถึงการติดตั้งสถานีชาร์จไฟฟ้าสาธารณะและสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน
อีกด้านหนึ่ง มีการผลักดันพลังงานชีวภาพ โดยนำของเสียและวัสดุทางการเกษตรมาแปรรูปเป็นพลังงานสะอาด เช่น เชื้อเพลิงชีวมวลและก๊าซชีวภาพ เพื่อลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลในภาคขนส่ง
ครอบคลุม 20 ล้านครัวเรือน-ผู้ใช้เกินรอความชัดเจน
โฆษกรัฐบาลระบุว่า อัตราค่าไฟไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย จะใช้เฉพาะผู้ใช้ไฟประเภทบ้านอยู่อาศัย ซึ่งมีมากกว่า 20 ล้านครัวเรือน หรือคิดเป็นประมาณ 90% ของผู้ใช้ไฟทั้งหมดที่จะได้รับประโยชน์จากมาตรการนี้
สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้ามากกว่า 200 หน่วย รัฐบาลขอให้ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมในระยะต่อไป พร้อมแนะนำให้พิจารณาทางเลือกอย่างโซลาร์รูฟท็อป ซึ่งมีมาตรการสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และสามารถขายไฟฟ้าส่วนเกินคืนเข้าสู่ระบบได้
จ่อถก กพช. เดินหน้ามาตรการพลังงานต่อเนื่อง
รัฐบาลเตรียมประชุมคณะกรรมการพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ในวันที่ 29 เมษายน 2569 เพื่อกำหนดแนวทางขับเคลื่อนมาตรการพลังงานเพิ่มเติม และติดตามความคืบหน้าของนโยบายอย่างใกล้ชิด


