ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ถึงนโยบายเร่งระบายผลผลิตผลไม้ไทย โดยเฉพาะทุเรียน ผ่านรูปแบบ Live Commerce เพื่อกระตุ้นอุปสงค์ล่วงหน้า ก่อนเข้าสู่ช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมากในเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน พร้อมตั้งเป้าผลักดันการส่งออกผลไม้ไทยปี 2569 ให้เติบโต 5% มูลค่ารวม 179,000 ล้านบาท ท่ามกลางมาตรการเชิงรุกทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาและช่วยเหลือเกษตรกร
รุก Live Commerce ระบายทุเรียน ป้องกันล้นตลาด
ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ชี้แจงว่า การนำทุเรียนไทยเข้าสู่แพลตฟอร์ม Live Commerce เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์เชิงรุกของกระทรวงพาณิชย์ ที่มุ่งสร้างความต้องการซื้อก่อนที่ผลผลิตจะออกสู่ตลาดจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคมเป็นต้นไป ซึ่งเป็นฤดูกาลผลไม้ภาคตะวันออก
แนวทางดังกล่าวช่วยให้การกระจายผลผลิตเป็นไปอย่างมีระบบ ลดความเสี่ยงจากภาวะสินค้าล้นตลาด และช่วยพยุงราคาผลไม้ไม่ให้ตกต่ำ ซึ่งถือเป็นการแก้ปัญหาเชิงป้องกัน ดีกว่าการรอให้เกิดปัญหาแล้วจึงใช้มาตรการแก้ไขในภายหลัง
ตัวเลขส่งออกโตต่อเนื่อง ทุเรียนพุ่งแรง
ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า ในปี 2568 ไทยส่งออกผลไม้สดรวม 2.08 ล้านตัน มูลค่า 171,206 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.1% จากปีก่อนหน้า โดยมีตลาดหลักคือจีน มาเลเซีย และอินโดนีเซีย
ขณะที่ช่วง 3 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม–มีนาคม) การส่งออกผลไม้สดขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีปริมาณ 305,673 ตัน มูลค่า 22,285 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 56.2% โดยเฉพาะทุเรียนสดที่เติบโตโดดเด่น ส่งออกแล้วกว่า 101,773 ตัน มูลค่า 14,215 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 181% สะท้อนความต้องการในตลาดต่างประเทศที่ยังคงสูง
เดินหน้ามาตรการเชิงรุก เจาะตลาดโลก
กระทรวงพาณิชย์ยังเดินหน้ามาตรการเชิงรุกเพื่อขยายตลาดส่งออกผลไม้ไทยอย่างต่อเนื่อง โดยจัดกิจกรรมจับคู่เจรจาการค้า (Business Matching) ล่วงหน้าก่อนผลผลิตออกสู่ตลาด ซึ่งมีผู้ประกอบการเข้าร่วมจำนวนมาก และสามารถสร้างมูลค่าการค้าได้กว่า 3,120 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีการส่งคณะผู้บริหารเดินทางไปยังประเทศเวียดนามและจีน เพื่อเตรียมความพร้อมด้านโลจิสติกส์ แก้ไขอุปสรรค และอำนวยความสะดวกด้านการขนส่งผ่านด่านชายแดน เพื่อให้การส่งออกผลไม้ไทยในฤดูกาลปี 2569 เป็นไปอย่างราบรื่น
อัดกิจกรรมการตลาด ดันผลไม้ไทยสู่ผู้บริโภคทั่วโลก
ในด้านการส่งเสริมการขาย กระทรวงพาณิชย์เตรียมจัดกิจกรรมทั้งในและต่างประเทศอย่างเข้มข้น หนึ่งในกิจกรรมสำคัญคือ งานแสดงสินค้า Thaifex-Anuga Asia 2026 ซึ่งเป็นเวทีสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารในภูมิภาค
ขณะเดียวกัน ยังมีโครงการ Thai Tropical Fruits Golden Months ที่ขยายการจัดกิจกรรมไปยังหลายเมืองสำคัญในประเทศจีน รวมถึงการเปิดตลาดใหม่ในพื้นที่ภาคตะวันตกของจีน และการร่วมมือกับห้างค้าปลีกในประเทศต่างๆ เช่น เกาหลีใต้ อินเดีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
นอกจากนี้ การจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ระดับโลก เช่น Thaitrade.com และ TOPTHAI รวมถึงแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำ ยังเป็นอีกช่องทางสำคัญในการขยายตลาดและเพิ่มโอกาสการเข้าถึงผู้บริโภคทั่วโลก

