นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยความคืบหน้าการจัดตั้งคณะผู้แทนไทยเพื่อหารือกับกัมพูชาภายใต้กรอบ อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) โดยเตรียมมอบหมายให้ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นหัวหน้าคณะเจรจา ย้ำจุดยืนไทยมุ่งปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของประเทศ ไม่หารือเรื่องฟื้นฟูความสัมพันธ์หรือเปิดด่านชายแดน พร้อมยืนยันไทยมีความชอบธรรมและมั่นใจในท่าทีของตนบนเวทีระหว่างประเทศ
“สีหศักดิ์” เตรียมนำทีมไทยเจรจากัมพูชาภายใต้กรอบ UNCLOS
นายอนุทิน เปิดเผยภายหลังหารือกับนายสีหศักดิ์ว่า รัฐบาลได้หารือถึงแนวทางการเข้าสู่กระบวนการภายใต้ UNCLOS ซึ่งเป็นกลไกที่ทั้งไทยและกัมพูชายอมรับร่วมกัน เพื่อใช้เป็นกรอบในการพิจารณาประเด็นข้อพิพาทและสิทธิประโยชน์ทางทะเลตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ
สำหรับคณะผู้แทนไทยที่เตรียมเข้าร่วมกระบวนการดังกล่าว มีแนวโน้มที่นายสีหศักดิ์จะได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าคณะ เนื่องจากเป็นผู้รับผิดชอบด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศโดยตรง และมีบทบาทสำคัญในการประสานงานกับหน่วยงานต่างประเทศ รวมถึงองค์กรระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง
นายกรัฐมนตรีระบุว่า กระบวนการภายใต้ UNCLOS ยังมีอีกหลายขั้นตอนที่ต้องดำเนินการ และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม กระทรวงการต่างประเทศจะเป็นผู้ชี้แจงรายละเอียดในเชิงลึก เนื่องจากเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายระหว่างประเทศและสนธิสัญญาที่มีความซับซ้อน
รัฐบาลย้ำปกป้องอธิปไตยไทย ไม่กังวลแรงกดดันบนเวทีโลก
นายอนุทินกล่าวว่า รัฐบาลไม่ได้มองว่าการดำเนินการครั้งนี้เป็นการแข่งขันหรือการรุกตอบโต้ระหว่างสองประเทศ แต่ให้ความสำคัญกับการรักษาผลประโยชน์แห่งชาติเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะเรื่องอธิปไตย สิทธิ และดินแดนของประเทศไทย
เมื่อถูกถามถึงความกังวลว่า กัมพูชาอาจได้เปรียบทางการทูตหรือสร้างความชอบธรรมบนเวทีโลกได้ก่อนไทย นายอนุทินตอบว่า ไทยไม่มีเหตุผลที่จะต้องวิตกกังวล เพราะไม่ได้ดำเนินการใดที่ขัดต่อหลักกฎหมายหรือหลักสากล
นายกรัฐมนตรียังระบุว่า ประเทศที่ต้องเร่งแสวงหาความชอบธรรมจากภายนอก อาจสะท้อนว่าตนเองยังขาดความชอบธรรมในประเด็นนั้น ขณะที่ไทยมีความมั่นใจว่าสามารถอธิบายจุดยืนและข้อเท็จจริงต่อประชาคมโลกได้อย่างชัดเจน
ปม MOU44 กับ MOU43 ไทยชี้ต้องปรับกรอบการเจรจาใหม่
อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือกรณีที่กัมพูชาไม่ยอมรับการยกเลิก MOU44 ของไทย โดยนายอนุทินมองว่า ประเด็นดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับกระบวนการ UNCLOS โดยตรง และหากไม่สามารถปรับกรอบการดำเนินงานได้ ก็อาจทำให้การเจรจาไม่สามารถเดินหน้าต่อได้
นายกรัฐมนตรีอธิบายว่า เหตุผลที่ไทยยกเลิก MOU44 ไม่ได้หมายถึงการปฏิเสธการเจรจา แต่เนื่องจากกรอบดังกล่าวดำเนินมาเป็นเวลากว่า 25 ปี โดยยังไม่สามารถหาข้อยุติหรือสร้างความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมได้ จึงจำเป็นต้องพิจารณาแนวทางใหม่ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม
ในทางกลับกัน ไทยยังคงเดินหน้าตาม MOU43 เนื่องจากกระบวนการปักปันเขตแดนตามหลักสากลมีความคืบหน้าไปแล้วมากกว่าร้อยละ 60 จึงเห็นว่าควรดำเนินการต่อเนื่องเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ชัดเจน
ไทยประกาศชัด คุยเฉพาะ UNCLOS ยังไม่หารือฟื้นสัมพันธ์
นายอนุทินเปิดเผยว่า แม้ก่อนหน้านี้จะมีแนวคิดในการจัดทำกรอบความร่วมมือใหม่ในลักษณะ MOU ฉบับใหม่ แต่ท้ายที่สุดกัมพูชายืนยันที่จะใช้กลไก UNCLOS เป็นช่องทางหลักในการดำเนินการ
จากท่าทีดังกล่าว รัฐบาลไทยจึงกำหนดแนวทางชัดเจนว่า การหารือในระยะนี้จะมุ่งเน้นเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ UNCLOS เท่านั้น โดยยังไม่มีการเจรจาเรื่องความร่วมมือด้านอื่น หรือการฟื้นฟูความสัมพันธ์ในประเด็นที่อยู่นอกกรอบดังกล่าว
นายกรัฐมนตรียังย้ำว่า ในสถานการณ์ปัจจุบัน ไทยไม่มีแผนเปิดด่านชายแดน และถือเป็นจุดยืนที่ชัดเจนของรัฐบาล จนกว่ากระบวนการหารือภายใต้กลไกที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับร่วมกันจะมีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม

