กรณีเหตุยิงกันภายในซอยประชาสงเคราะห์ 38 เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 2 ราย ยังคงเป็นคดีที่ได้รับความสนใจจากสังคมอย่างต่อเนื่อง หลังพบว่าผู้ก่อเหตุเป็นข้าราชการตำรวจสังกัดกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ขณะที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) สั่งการให้ดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา โปร่งใส และเป็นธรรม โดยยืนยันว่าจะไม่มีการช่วยเหลือหรือแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม หากผลสอบสวนชี้ว่าตำรวจรายดังกล่าวกระทำผิดจริง จะต้องถูกดำเนินคดีทั้งทางอาญาและทางวินัยเช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป
สตช.แสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิต พร้อมกำชับสอบสวนรอบด้าน
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมส่งกำลังใจไปยังผู้ได้รับบาดเจ็บทุกคน
ในส่วนของการดำเนินคดีนั้น ผบ.ตร.ได้กำชับให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียดรอบคอบ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และให้การสอบสวนเป็นไปตามข้อเท็จจริงโดยไม่มีอคติหรือแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก
ผบ.ตร.สั่งห้ามแทรกแซงคดี ยืนยันไม่มีข้อยกเว้น
โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติระบุว่า ผบ.ตร.ได้สั่งการไปยังกองบัญชาการตำรวจนครบาลและสถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง ให้ดำเนินคดีตามพยานหลักฐานอย่างโปร่งใสและตรงไปตรงมา โดยห้ามมิให้มีการช่วยเหลือ แทรกแซง หรือเลือกปฏิบัติในทุกกรณี
พร้อมย้ำว่าหากผลการสอบสวนพบว่าข้าราชการตำรวจรายดังกล่าวมีความผิดจริง จะต้องเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีทั้งทางอาญาและทางวินัยอย่างเด็ดขาด โดยไม่มีข้อยกเว้นหรือสิทธิพิเศษเหนือกว่าบุคคลทั่วไป เพื่อรักษามาตรฐานการบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม
เร่งวิเคราะห์สาเหตุความขัดแย้ง ป้องกันเหตุรุนแรงซ้ำ
นอกจากการดำเนินคดีแล้ว ผบ.ตร.ยังสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งวิเคราะห์สาเหตุและปัจจัยแวดล้อมที่นำไปสู่เหตุรุนแรงในครั้งนี้ เพื่อจัดทำมาตรการป้องกันเชิงรุกในพื้นที่สาธารณะ
มาตรการดังกล่าวจะมุ่งเน้นพื้นที่ชุมชน จุดรวมตัวของกลุ่มอาชีพต่าง ๆ รวมถึงบริเวณที่เคยมีประวัติข้อร้องเรียนเกี่ยวกับความขัดแย้งหรือพฤติกรรมก้าวร้าวซ้ำซาก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันขึ้นอีกในอนาคต
สตช.ย้ำรักษามาตรฐานจริยธรรมตำรวจ สร้างความเชื่อมั่นประชาชน
สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันว่าให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการรักษามาตรฐานด้านจริยธรรมและวินัยของข้าราชการตำรวจทุกนาย โดยเห็นว่าการกระทำของบุคคลใดบุคคลหนึ่งไม่ควรส่งผลกระทบต่อภาพรวมของเจ้าหน้าที่ตำรวจส่วนใหญ่ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต
ทั้งนี้ สตช.ยืนยันว่าจะดำเนินการทุกคดีภายใต้หลักนิติธรรม ความโปร่งใส และความเป็นธรรม เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรม และยกระดับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างต่อเนื่อง


