โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เปิดเผยระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำ G7 เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 ว่า บันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านได้รับการลงนามเรียบร้อยแล้วผ่านระบบดิจิทัล โดยทั้งสองฝ่ายเตรียมเดินหน้าการเจรจาในประเด็นสำคัญ ทั้งโครงการนิวเคลียร์ การรักษาเสถียรภาพในตะวันออกกลาง และการจัดทำข้อตกลงสันติภาพฉบับถาวร ขณะที่สหรัฐฯ ระบุว่าจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมในเร็ว ๆ นี้ ท่ามกลางความสนใจของนานาชาติที่จับตาทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศอย่างใกล้ชิด
ทรัมป์ยืนยันลงนามเอ็มโอยูดิจิทัล ระหว่างเวที G7
นายโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวระหว่างการหารือกับ นายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ในการประชุมผู้นำกลุ่ม G7 โดยระบุว่าบันทึกความเข้าใจระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านได้ลงนามผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่า เอกสารฉบับดังกล่าวถือเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการเจรจาระยะต่อไป โดยรายละเอียดของข้อตกลงจะได้รับการเปิดเผยต่อสาธารณชนภายหลังจากทั้งสองฝ่ายดำเนินขั้นตอนทางการทูตและพิธีการอย่างเป็นทางการแล้วเสร็จ
สหรัฐฯ เตรียมเปิดช่องแคบฮอร์มุซเต็มรูปแบบ 20 มิ.ย.
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญของโลก จะกลับมาเปิดใช้งานเต็มรูปแบบในวันที่ 20 มิถุนายน 2569 หลังพิธีลงนามอย่างเป็นทางการที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
รายงานจากสื่ออิหร่านระบุว่า ภายหลังการผ่อนคลายมาตรการทางทะเล เรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่าน 3 ลำ และเรือสินค้าบรรทุกสินค้าอีก 2 ลำ ได้เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้ว สะท้อนสัญญาณบวกต่อการค้าและการขนส่งพลังงานในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ข้อตกลงวางกรอบสันติภาพ-คุมโครงการนิวเคลียร์
นายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว CNN ว่า บันทึกความเข้าใจฉบับนี้มีความยาวเพียงประมาณหนึ่งหน้าครึ่ง และมีสถานะเป็นกรอบความร่วมมือเบื้องต้น มากกว่าจะเป็นข้อตกลงฉบับสมบูรณ์
สาระสำคัญของเอกสารกำหนดให้อิหร่านแสดงพันธกรณีในการส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค ยุติการสนับสนุนกลุ่มที่สหรัฐฯ จัดให้เป็นองค์กรก่อการร้าย และต้องยืนยันอย่างตรวจสอบได้ว่าจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ในอนาคต
นอกจากนี้ ข้อตกลงยังเปิดทางให้ทั้งสองฝ่ายจัดตั้งคณะเจรจาทางเทคนิค เพื่อหารือรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์และมาตรการสร้างความไว้วางใจระหว่างกันในระยะยาว
ขยายเวลาหยุดยิง 60 วัน เปิดทางสู่ข้อตกลงถาวร
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า เอกสารฉบับดังกล่าวได้รับการลงนามทางอิเล็กทรอนิกส์โดยประธานาธิบดีทรัมป์ นายแวนซ์ และ นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน เพื่อแสดงเจตจำนงร่วมกันในการลดความตึงเครียดระหว่างสองประเทศ
ข้อตกลงยังครอบคลุมการขยายระยะเวลาหยุดยิงออกไปอีก 60 วัน เพื่อเปิดพื้นที่สำหรับการเจรจาและจัดทำข้อตกลงสันติภาพฉบับสมบูรณ์ในอนาคต โดยฝ่ายสหรัฐฯ มองว่าช่วงเวลาดังกล่าวจะเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความคืบหน้าทางการทูต
จับตาเจรจาเทคนิคและมาตรการผ่อนคลายคว่ำบาตร
แหล่งข่าวจากรัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่า การหารือเชิงเทคนิคเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านจะเริ่มต้นขึ้นภายในสัปดาห์นี้ โดยจะครอบคลุมทั้งมาตรการตรวจสอบ การกำกับดูแล และเงื่อนไขด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง
ขณะเดียวกัน ประเด็นการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและการปลดล็อกทรัพย์สินของอิหร่าน จะขึ้นอยู่กับระดับการปฏิบัติตามพันธกรณีที่ระบุไว้ในข้อตกลง โดยประชาคมระหว่างประเทศยังคงติดตามพัฒนาการของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอย่างใกล้ชิดผ่านแถลงการณ์จากรัฐบาลทั้งสองประเทศและเวทีการทูตระหว่างประเทศ


