นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ออกมาชี้แจงกรณีมติคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติที่เห็นชอบให้เพิกถอนพื้นที่ทับซ้อนแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลานจำนวน 155,865 ไร่ หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสังคม โดยยืนยันว่าการดำเนินการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่อยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่มานานหลายทศวรรษ ไม่ได้เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มนายทุนหรือผู้ประกอบการรีสอร์ต พร้อมสั่งตรวจสอบสิทธิการครอบครองในพื้นที่ที่ยังมีข้อพิพาทอย่างเข้มงวดภายในระยะเวลา 6 เดือน
รมว.ทส. แจงที่มามติเพิกถอนพื้นที่ทับซ้อนทับลาน
นายสุชาติกล่าวว่า ประเด็นพื้นที่ทับซ้อนในเขตอุทยานแห่งชาติทับลานเป็นปัญหาที่สะสมมายาวนานเกือบ 50 ปี และจำเป็นต้องแยกพิจารณาตามลักษณะของแต่ละพื้นที่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
ตามข้อมูลที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตรวจสอบ พบว่าพื้นที่ที่เกี่ยวข้องสามารถแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มหลัก โดยแต่ละกลุ่มมีที่มาของสิทธิการครอบครองและสถานะทางกฎหมายแตกต่างกัน จึงต้องใช้หลักฐานและข้อกฎหมายประกอบการพิจารณาเป็นรายกรณี
กลุ่มที่ดิน ส.ป.ก.-หมู่บ้านเก่า ได้รับการรับรองตามกฎหมาย
ในส่วนของพื้นที่ประมาณ 55,000 ไร่ ซึ่งได้รับการประกาศเป็นที่ดินของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ตั้งแต่ปี 2521 นั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวมีสถานะทางกฎหมายเกิดขึ้นก่อนการประกาศอุทยานแห่งชาติทับลานในปี 2524 จึงต้องได้รับการคืนสิทธิตามกระบวนการกฎหมาย
ขณะที่พื้นที่หมู่บ้านไทยสามัคคี ซึ่งมีเนื้อที่กว่า 8,000 ไร่ ได้รับการจัดสรรตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อปี 2520 ให้แก่ประชาชนที่มีบทบาทในภารกิจด้านความมั่นคงช่วงการปราบปรามคอมมิวนิสต์ โดยมีหลักฐานภาพถ่ายทางอากาศยืนยันการอยู่อาศัยก่อนการประกาศเขตอุทยาน
พื้นที่หมู่บ้านความมั่นคงได้รับการคุ้มครองตามมติ ครม.
สำหรับพื้นที่อีกกว่า 80,000 ไร่ เป็นพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับหมู่บ้านความมั่นคงในอดีต ซึ่งได้รับการรับรองตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อปี 2535 เพื่อรองรับประชาชนที่เข้าร่วมโครงการด้านความมั่นคงของรัฐ
นายสุชาติย้ำว่า การพิจารณาพื้นที่ในกลุ่มนี้เป็นไปตามมติของรัฐบาลในอดีตและมีเอกสารอ้างอิงชัดเจน จึงไม่ใช่การดำเนินการที่เกิดขึ้นใหม่หรือเป็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายเพื่อประโยชน์ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
ตรึงพื้นที่เสี่ยงกว่าแสนไร่ ตรวจสอบสิทธิรายแปลงภายใน 6 เดือน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเปิดเผยว่า พื้นที่อีกกว่า 100,000 ไร่ ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจเกี่ยวข้องกับรีสอร์ตหรือการครอบครองโดยกลุ่มทุนรายใหญ่ ยังไม่ได้รับการเพิกถอนออกจากพื้นที่อุทยาน เนื่องจากมีคดีและข้อพิพาทด้านสิทธิการครอบครองจำนวนมาก
พื้นที่ดังกล่าวอยู่นอกเขต ส.ป.ก. และนอกเขตป่าไม้เดิม ทำให้จำเป็นต้องตรวจสอบสิทธิเป็นรายบุคคล โดยมีผู้ครอบครองที่ต้องเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สิทธิประมาณ 5,200 ราย ซึ่งภาครัฐจะใช้หลักฐานประกอบ เช่น ภาพถ่ายทางอากาศและข้อมูลการอยู่อาศัยย้อนหลัง เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างโปร่งใสและรอบคอบภายใน 6 เดือน
ยืนยันไม่เอื้อรีสอร์ตนายทุน พร้อมเพิ่มพื้นที่ป่าคืนระบบ
ในส่วนของพื้นที่ราชพัสดุที่อยู่ภายใต้การดูแลของหน่วยงานทหารประมาณ 6,000 ไร่ ซึ่งใช้เป็นพื้นที่ฝึกและซ้อมรบ มีแนวเขตชัดเจนและมีรั้วล้อมรอบ รัฐบาลเห็นว่าควรคืนให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการบริหารจัดการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
นายสุชาติยืนยันว่า แม้จะมีการปรับแนวเขตพื้นที่บางส่วนออกจากอุทยานแห่งชาติทับลานรวมประมาณ 155,865 ไร่ แต่ภาครัฐได้ดำเนินการนำพื้นที่ป่าไม้และพื้นที่อนุรักษ์เพิ่มเติมเกือบ 90,000 ไร่ เข้ามาทดแทนในระบบด้วยเช่นกัน พร้อมย้ำว่ามาตรการทั้งหมดมุ่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนผู้ยากไร้ ไม่ใช่การเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มทุนหรือผู้ประกอบการรีสอร์ตแต่อย่างใด

