คณะกรรมาธิการความมั่นคงฯ เดินหน้าตรวจสอบทุนสีเทา “บีไอซี กรุ๊ป” เรียก “อนุทิน ชาญวีรกูล” และ “วรภัค ธันยาวงษ์” ชี้แจงกรณีเชื่อมโยงขบวนการคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ
คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ สภาผู้แทนราษฎร เดินหน้าตรวจสอบปมทุนสีเทา “บีไอซี กรุ๊ป” ที่ถูกเชื่อมโยงกับขบวนการคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ เตรียมเรียก “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และ “วรภัค ธันยาวงษ์” อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เข้าชี้แจงในวันที่ 5 พฤศจิกายนนี้ พร้อมเชิญผู้บริหารระดับสูงจากภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อคลี่คลายข้อเท็จจริงที่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศ
กมธ.ฯ เดินหน้าตรวจสอบทุนสีเทา “บีไอซี กรุ๊ป”
เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร โดยมี นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ทำหน้าที่ประธาน เพื่อพิจารณาติดตามปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ยังคงระบาดในหลายพื้นที่ของประเทศไทย
ประเด็นสำคัญที่ กมธ.ฯ ให้ความสนใจ คือกรณี กลุ่มทุนกัมพูชา “บีไอซี กรุ๊ป” และ “บีไอซี แบงก์” ซึ่งเชื่อมโยงกับ นายยิม เลียก นักลงทุนต่างชาติที่ถูกตั้งข้อสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินและขบวนการสแกมเมอร์ในภูมิภาค ส่งผลต่อภาพลักษณ์และความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ
เรียก “อนุทิน” และหน่วยงานรัฐร่วมแจง
คณะกรรมาธิการฯ เตรียมเชิญ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เข้าชี้แจงแนวทางการดำเนินงานของรัฐบาลในการรับมือกับเครือข่ายทุนสีเทาและอาชญากรรมไซเบอร์
นอกจากนี้ ยังได้เชิญ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน รวมถึง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เข้าร่วมให้ข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อชี้แจงกลไกการตรวจสอบและติดตามเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มทุนต่างชาติในประเทศไทย
ขยายผลสอบเชื่อมโยงเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์
การประชุมวันที่ 5 พฤศจิกายนนี้ ยังจะมีการพิจารณาข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความเชื่อมโยงของบุคคลและบริษัทในประเทศไทยที่อาจเกี่ยวข้องกับ “บีไอซี แบงก์” และ “บีไอซี กรุ๊ป” โดยคณะกรรมาธิการฯ ได้มีมติเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงเพิ่มเติม ได้แก่ นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธ์, นายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง, พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ, นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม, นายรีวิน เพทายบรรลือ รวมถึงประธานกรรมการบริษัท ไพร์มสตรีท แคปปิตอล
ทั้งนี้ การตรวจสอบดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการป้องกันและปราบปรามทุนสีเทาที่แฝงตัวอยู่ในภาคเศรษฐกิจไทย ซึ่งอาจเป็นช่องทางฟอกเงินหรือสนับสนุนกิจกรรมผิดกฎหมายในภูมิภาค โดยคาดว่าการชี้แจงในสัปดาห์หน้าจะช่วยให้สาธารณชนเห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้นเกี่ยวกับเครือข่ายดังกล่าว
เตรียมเผยผลสอบหลังการชี้แจง
แหล่งข่าวภายใน กมธ.ฯ ระบุว่า หลังการประชุมวันที่ 5 พฤศจิกายน จะมีการสรุปผลการพิจารณาเบื้องต้นและอาจมีข้อเสนอแนะไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับมาตรการตรวจสอบการลงทุนจากต่างประเทศที่มีความเสี่ยงต่อความมั่นคง รวมถึงสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการสกัดกั้นทุนสีเทาที่อาจเข้ามาแฝงในระบบเศรษฐกิจไทย
สำหรับความคืบหน้าเพิ่มเติมของการตรวจสอบกรณี “บีไอซี กรุ๊ป” และกลุ่มทุนต่างชาติที่เกี่ยวข้อง สามารถติดตามได้จากการรายงานของคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐในสัปดาห์หน้า


