ศาลอาญามีคำสั่งประทับรับฟ้องคดีที่ นายเบน สมิธ นักธุรกิจชาวต่างชาติ ยื่นฟ้อง นายรังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา จากกรณีการอภิปรายในรัฐสภาที่มีการกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์และคอลเซ็นเตอร์ เหตุเกิดเมื่อปลายปี 2568 โดยศาลเห็นว่าถ้อยคำและการเผยแพร่ข้อมูลอาจทำให้สาธารณชนเข้าใจว่าโจทก์กระทำผิด ทั้งที่ยังไม่มีการพิสูจน์ข้อเท็จจริง จึงเห็นว่าคดีมีมูลและนัดสอบคำให้การในวันที่ 23 กุมภาพันธ์นี้
ศาลชี้คำอภิปรายเข้าข่ายใส่ความต่อบุคคลภายนอก
เมื่อวันที่ 12 มกราคม ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลมีคำสั่งรับฟ้องคดีหมายเลขดำที่ อ2809/2568 ระหว่าง นายเบน สมิธ (Benjamin Mauerberger) โจทก์ กับ นายรังสิมันต์ โรม จำเลย ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา พร้อมเรียกค่าเสียหายทางแพ่งจำนวน 100 ล้านบาท
คดีนี้สืบเนื่องจากการอภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2568 ซึ่งจำเลยได้กล่าวพาดพิงโจทก์ในลักษณะเชื่อมโยงกับขบวนการสแกมเมอร์และคอลเซ็นเตอร์ ก่อนที่โจทก์จะเห็นว่าเป็นการใส่ความ ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงและส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ
ศาลพิเคราะห์การเผยแพร่ผ่านสื่อและโซเชียลมีเดีย
ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า ถ้อยคำที่จำเลยกล่าวในการอภิปราย รวมถึงการโพสต์ข้อความ ภาพถ่าย และคลิปวิดีโอผ่านแอปพลิเคชันเฟซบุ๊ก เป็นการเผยแพร่ข้อมูลที่บุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงได้อย่างกว้างขวาง
การเผยแพร่ดังกล่าวอาจทำให้บุคคลภายนอกเข้าใจว่าโจทก์มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับการหลอกลวง ฟอกเงิน หรือประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นการกระทบต่อชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของโจทก์ในสายตาสาธารณชน
ไม่อยู่ในเอกสิทธิ์ สส. คุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ
ศาลระบุว่า แม้จำเลยจะกระทำการในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่ถ้อยคำที่กล่าวในที่ประชุมได้ถูกเผยแพร่ออกนอกบริเวณรัฐสภาผ่านสื่อวิทยุ โทรทัศน์ และสื่อออนไลน์ ทำให้มีลักษณะเป็นการโฆษณา
อีกทั้งโจทก์เป็นบุคคลภายนอกที่ไม่ใช่สมาชิกสภา ไม่มีโอกาสชี้แจงหรือโต้แย้งในที่ประชุม จึงไม่อาจถือว่าจำเลยได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 124 ในกรณีนี้
ศาลชี้ยังไม่เข้าเงื่อนไขยกเว้นความผิดหมิ่นประมาท
สำหรับข้ออ้างของจำเลยที่ระบุว่าการกระทำได้รับยกเว้นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 ศาลเห็นว่า การจะได้รับการยกเว้นต้องเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตและอยู่บนข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้
แต่ในคดีนี้ การอภิปรายของจำเลยเป็นการกล่าวหาที่ไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจนในขณะนั้นว่าโจทก์กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวอ้าง และเนื้อหายังไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับนโยบายของรัฐบาล ศาลจึงเห็นว่าคดีมีมูลตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328
นัดสอบคำให้การ 23 ก.พ. จับตาทิศทางคดีการเมือง
ศาลอาญามีคำสั่งให้ประทับรับฟ้องคดีไว้พิจารณา และนัดพร้อมสอบคำให้การของคู่ความในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ เวลา 09.00 น.
คดีนี้ถูกจับตาอย่างใกล้ชิดในแวดวงการเมือง เนื่องจากเกี่ยวข้องกับเสรีภาพในการอภิปรายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และขอบเขตความรับผิดทางกฎหมาย เมื่อการอภิปรายส่งผลกระทบต่อบุคคลภายนอก


