นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยอมรับเหตุลอบวางระเบิดและวางเพลิงสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีความเชื่อมโยงทั้งมิติทางการเมืองและการก่อการร้าย หลังเกิดเหตุพร้อมกันหลายจุดในจังหวัดนราธิวาส ยะลา และปัตตานี เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 โดยได้สั่งการให้กองทัพภาคที่ 4 และหน่วยงานความมั่นคงเร่งสืบสวนหามูลเหตุ ควบคู่ดูแลผู้บาดเจ็บและเยียวยาผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ พร้อมยอมรับว่ารัฐบาลจำเป็นต้องทบทวนและยกระดับประสิทธิภาพด้านการข่าวเพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอย
นายกฯ สั่งกองทัพภาค 4 คุมสถานการณ์ชายแดนใต้
วันนี้ (12 ม.ค. 2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล เปิดเผยถึงเหตุลอบวางระเบิดและวางเพลิงสถานีบริการน้ำมัน ปตท. หลายแห่งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ได้กำชับให้กองทัพภาคที่ 4 และหน่วยงานด้านความมั่นคงเข้าควบคุมสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการก่อเหตุซ้ำและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่
นายกรัฐมนตรีระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบทั้งต่อความปลอดภัยของประชาชนและภาคธุรกิจในพื้นที่ รัฐบาลจึงต้องดำเนินการอย่างรอบคอบและรวดเร็ว โดยเน้นการบูรณาการการทำงานระหว่างฝ่ายทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในจังหวัดนราธิวาส ยะลา และปัตตานี
ยอมรับมูลเหตุเชื่อมโยงการเมืองและการก่อการร้าย
นายอนุทินกล่าวอย่างชัดเจนว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าเข้าข่ายการก่อการร้าย และยังมีประเด็นทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวพัน ซึ่งถือเป็นปัจจัยซับซ้อนที่ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบอย่างละเอียด
นายกรัฐมนตรีชี้ว่า การก่อเหตุในลักษณะพร้อมกันหลายจุด สะท้อนถึงการวางแผนอย่างเป็นระบบ และอาจมีเป้าหมายเพื่อสร้างแรงกดดันต่อสถานการณ์ความมั่นคงในพื้นที่ รัฐบาลจึงต้องใช้ข้อมูลข่าวกรองและการสืบสวนเชิงลึก เพื่อแยกแยะเครือข่ายและแรงจูงใจที่แท้จริงของผู้ก่อเหตุ
มอบหมายฝ่ายความมั่นคงเร่งสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิด
ในส่วนของการดำเนินคดี นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ พล.อ.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว รองเลขาธิการทหารสูงสุด และ นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เร่งรัดการสืบสวนสอบสวน เพื่อคลี่คลายคดีและนำตัวผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยเร็ว
แหล่งข่าวด้านความมั่นคงระบุว่า การสอบสวนจะครอบคลุมทั้งเส้นทางการเงิน เครือข่ายผู้สนับสนุน และรูปแบบการก่อเหตุที่ผ่านมา เพื่อปิดช่องโหว่ที่อาจถูกนำมาใช้ในการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในอนาคต
ดูแลผู้บาดเจ็บ-เยียวยาผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ
นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า ได้สั่งการให้ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์จำนวน 7 รายอย่างเต็มที่ พร้อมจัดหามาตรการช่วยเหลือด้านการแพทย์และการฟื้นฟู
ขณะเดียวกัน รัฐบาลจะเร่งพิจารณามาตรการเยียวยาผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันที่ได้รับความเสียหาย เพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจและช่วยให้สามารถกลับมาดำเนินกิจการได้โดยเร็ว ทั้งนี้ การเยียวยาจะเป็นไปตามกรอบกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
รับต้องสังคายนาการข่าว ยกระดับป้องกันเหตุซ้ำ
นายอนุทินยอมรับว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงความจำเป็นที่รัฐบาลต้องทบทวนและสังคายนาระบบการข่าว รวมถึงการประเมินความเสี่ยงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ใหม่ทั้งหมด
นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า การปรับปรุงประสิทธิภาพด้านข่าวกรองและการประสานงานระหว่างหน่วยงาน จะเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันเหตุรุนแรงในอนาคต และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่ารัฐบาลสามารถดูแลความปลอดภัยและเสถียรภาพในพื้นที่ได้อย่างจริงจัง


