การเลือกตั้งทั่วไป ปี 2569 ผ่านพ้นไปแล้ว แต่เสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่อการทำงานของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กลับยังไม่จางหาย หลังประชาชนและผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้งในหลายพื้นที่ พบความผิดปกติในกระบวนการจัดการเลือกตั้ง ตั้งแต่การเลือกตั้งล่วงหน้าไปจนถึงช่วงปิดหีบและนับคะแนน ส่งผลให้เกิดคำถามต่อความโปร่งใส ความถูกต้อง และความน่าเชื่อถือของระบบเลือกตั้งไทยในครั้งนี้
ตัวเลขร้องเรียนเลือกตั้ง สวนทางข้อมูล กกต. กับภาคประชาชน
แม้การเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. 2569 จะสิ้นสุดลงมากว่า 2 วัน แต่ปัญหาหลังปิดหีบยังคงเป็นประเด็นร้อนในสังคม กกต. แถลงเมื่อวันที่ 9 ก.พ. ว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนการทุจริตเลือกตั้งรวม 113 เรื่อง โดยส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการซื้อเสียง และยืนยันว่าภาพรวมการจัดการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวสวนทางกับการรายงานของ iLaw (สื่อสารรณรงค์เพื่อหลักการประชาธิปไตย) ซึ่งเปิดเผยว่า ได้รับแจ้งเหตุความผิดปกติจากประชาชนสูงถึง 4,993 เรื่อง ภายในวันเดียวกัน สะท้อนช่องว่างด้านการรับรู้ปัญหาระหว่างหน่วยงานรัฐกับภาคประชาชนอย่างชัดเจน
เลือกตั้งล่วงหน้า สะดุดตั้งแต่ข้อมูลผู้สมัครไม่อัปเดต
ปัญหาชุดแรกเริ่มปรากฏตั้งแต่การเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2569 หลายหน่วยเลือกตั้งไม่มีป้ายแนะนำผู้สมัครหรือพรรคการเมือง บางแห่งแสดงข้อมูลไม่ครบถ้วน หรือใช้ข้อมูลการเลือกตั้งปี 2566 มาติดตั้งแทน
กรณีที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุด คือการแสดงรายชื่อผู้สมัครที่ถูกตัดสิทธิไปแล้ว รวมถึงการกรอก “รหัสเขตเลือกตั้ง” ผิดพลาดโดยเจ้าหน้าที่ประจำหน่วย ส่งผลให้ผู้ใช้สิทธิ์กังวลว่าคะแนนเสียงอาจไม่ถูกนับตรงตามเขตเลือกตั้งของตน
เปิดหีบวันจริง ปัญหาซ้ำรอยแม้ กกต.รับปากแก้ไข
หลังจบเลือกตั้งล่วงหน้า กกต. ออกแถลงการณ์ยืนยันว่าจะไม่ให้เกิดปัญหาในลักษณะเดิมอีกในการเลือกตั้งใหญ่วันที่ 8 ก.พ. แต่ทันทีที่เปิดหีบเวลา 08.00 น. กลับมีรายงานความผิดปกติทยอยปรากฏผ่านสื่อและโซเชียลมีเดีย
หนึ่งในเหตุการณ์ที่ถูกจับตามอง คือการย้ายหน่วยเลือกตั้งโดยไม่แจ้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้งที่ 9 กรุงเทพมหานคร จากบริเวณแฟลตการเคหะบางบัว ตึก 3 ไปยังตึก 13 ทำให้ผู้มาใช้สิทธิสับสน ก่อนเจ้าหน้าที่จะแก้ไขเฉพาะหน้าด้วยการเขียนแจ้งย้ายหน่วยด้วยปากกาเมจิกบนป้ายเดิม
ฉีกบัตรเลือกตั้ง-นับคะแนนผิด เสียงประชาชนถูกตั้งคำถาม
ปัญหาที่รุนแรงยิ่งขึ้นเกิดขึ้นที่จังหวัดน่าน เมื่อเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยฉีกบัตรเลือกตั้งผิดพลาดจำนวน 69 ใบ แม้จะมีการร้องเรียน แต่การเลือกตั้งยังคงดำเนินต่อ ส่งผลให้เกิดข้อกังวลว่าคะแนนเสียงดังกล่าวอาจกลายเป็นบัตรเสียโดยปริยาย
ช่วงปิดหีบและนับคะแนน หลายพื้นที่พบจำนวนบัตรลงคะแนนมากกว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิ เช่น ปทุมธานี เขต 7 ที่ต้องนับคะแนนใหม่ถึง 2 รอบ พร้อมข้อร้องเรียนว่าไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนสังเกตการณ์หรือบันทึกภาพการนับคะแนน
หลายจังหวัดพบพิรุธ ยังไร้คำอธิบายชัดเจน
กรณีในชลบุรี เขต 1 ประชาชนพบใบนับคะแนน สส. ถูกทิ้งในถังขยะ และผลคะแนนไม่ตรงกับที่ประกาศ ขณะที่บางหน่วยเกิดเหตุไฟดับระหว่างนับคะแนน แต่เครื่องใช้ไฟฟ้าบางชนิดยังทำงานได้ตามปกติ ทำให้เกิดข้อสงสัยต่อกระบวนการจัดการหน่วยเลือกตั้ง
มหาสารคาม เขต 1 นักศึกษาและประชาชนร้องขอให้นับคะแนนใหม่ หลังพบว่ากล่องเก็บบัตรเลือกตั้งไม่มีสายรัดปิดผนึก ส่วนจันทบุรีทั้ง 3 เขต พบจำนวนคะแนนสูงกว่าผู้มาใช้สิทธิหลายพันใบ และลำปาง เขต 2 มีบัตรเสียสูงถึง 7,000 ใบ สร้างความเคลือบแคลงต่อความถูกต้องของผลการเลือกตั้ง
กฎหมายกำหนดเส้นตายรับรองผล ท่ามกลางแรงกดดันสังคม
ตามกฎหมาย กกต. ต้องประกาศรับรองผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรภายใน 60 วัน นับจากวันเลือกตั้ง ท่ามกลางแรงกดดันจากสังคมที่เรียกร้องให้ตรวจสอบทุกข้อร้องเรียนอย่างรอบคอบและโปร่งใส
อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งครั้งนี้ยังมีประเด็นเชิงบวก เมื่อประชาชนจำนวนมากแสดงความเห็นตรงกันว่า “ปากกา” ที่ กกต. จัดเตรียมให้ใช้ลงคะแนน สามารถช่วยลดข้อกังวลเรื่องการแก้ไขบัตรเลือกตั้งได้ระดับหนึ่ง


