วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีเครือข่ายภาคประชาชนตั้งข้อสังเกตการจัดการเลือกตั้งเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยยืนยันว่าอำนาจจัดการเลือกตั้งเป็นของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รัฐบาลไม่มีส่วนแทรกแซง พร้อมเชื่อมั่นว่าการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริต โปร่งใส และไม่มีการทุจริต ขณะที่ข้อเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ทั่วประเทศนั้น เป็นดุลพินิจของ กกต. โดยตรง
ย้ำอำนาจจัดเลือกตั้งเป็นของ กกต. รัฐบาลมีหน้าที่สนับสนุน
กรณีคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ในนาม 80 องค์กร ออกแถลงการณ์ตั้งข้อสังเกตว่ามีการใช้อำนาจรัฐแทรกแซงการทำหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง หรือ กปน. ด้วยการให้นายอำเภอเข้ามาปฏิบัติหน้าที่นั้น นายอนุทินระบุชัดว่า ผู้ดำเนินการเลือกตั้งคือ กกต. ไม่ใช่รัฐบาล
เขากล่าวว่า บทบาทของฝ่ายบริหารมีเพียงการสนับสนุนตามที่ กกต. ร้องขอ เช่น การอำนวยความสะดวกด้านงบประมาณหรือการเตรียมการต่าง ๆ ภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด พร้อมย้ำว่าไม่มีเหตุใดที่ทำให้การเลือกตั้งไม่สามารถจัดขึ้นได้
โต้ข้อครหาแทรกแซง กปน. ชี้ไม่เคย “ล้วงลูก”
เมื่อถูกตั้งคำถามถึงข้อสังเกตที่ว่าเจ้าหน้าที่ กปน. ปีนี้มาจากฝ่ายปกครองจำนวนมาก นายอนุทินย้อนถามเชิงหยอกล้อถึงคำย่อ “กปน.” ว่าหมายถึงการประปานครหลวงหรือไม่ ก่อนยืนยันในเวลาต่อมาว่า ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่เคยใช้อำนาจแทรกแซงกระบวนการเลือกตั้ง
นายอนุทินกล่าวว่า การเคารพกติกาและการแข่งขันอย่างตรงไปตรงมาเป็นหลักการที่ยึดถือมาโดยตลอด พร้อมปฏิเสธแนวคิดเรื่อง “ล้วงลูก” หรือสั่งการใด ๆ ต่อเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเลือกตั้ง โดยชี้ว่ากระบวนการทั้งหมดอยู่ภายใต้การกำกับของ กกต.
ในทางกฎหมาย กปน. หรือกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยเลือกตั้งแต่ละแห่ง มีหน้าที่ควบคุมการลงคะแนนและนับคะแนน ซึ่งตามหลักการต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นกลางและเป็นอิสระจากฝ่ายการเมือง
กระแสนับคะแนนใหม่ทั่วประเทศ “เป็นเรื่องของ กกต.”
ต่อคำถามถึงกระแสเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ทั้งประเทศ นายอนุทินตอบว่า เป็นอำนาจหน้าที่ของ กกต. โดยตรง หาก กกต. พิจารณาเห็นสมควรให้มีการนับใหม่ รัฐบาลก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการตัดสินใจดังกล่าว
ส่วนข้อกล่าวหาว่ามีการโกงเลือกตั้ง และมีความพยายามพาดพิงถึงพรรคการเมืองบางพรรคนั้น นายอนุทินระบุว่า พรรคภูมิใจไทย ไม่เกี่ยวข้องกับการทุจริตใด ๆ และยืนยันว่าผลการเลือกตั้งสะท้อนจากนโยบายและความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อผู้สมัคร
เขายังแสดงความเชื่อมั่นว่า กระบวนการนับคะแนนในหน่วยเลือกตั้งมีตัวแทนพรรคการเมืองทุกพรรคเฝ้าสังเกตการณ์ ตั้งแต่บัตรใบแรกจนถึงใบสุดท้าย พร้อมมีการขานคะแนนอย่างเปิดเผย โอกาสเกิดการทุจริตจึงแทบไม่มี
เชื่อมั่นการทำงาน กกต. แม้ยังไม่ประกาศผลครบถ้วน
สำหรับกรณีที่ กกต. ยังไม่สามารถประกาศผลการเลือกตั้งได้ครบถ้วนในบางพื้นที่ นายอนุทินเห็นว่า เป็นขั้นตอนตามกระบวนการตรวจสอบของ กกต. และไม่อาจตีความได้ทันทีว่าเป็นสัญญาณของความไม่โปร่งใส
เขาระบุว่า รัฐบาลต้องให้ความเชื่อมั่นต่อองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะ กกต. ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงต่อการจัดการเลือกตั้ง พร้อมกล่าวสั้น ๆ ว่า “เชื่อครับ ผมเชื่อใน กกต.”


