โรมขึ้นศาลคดีหมิ่นฯ เบน สมิธ ปมสแกมเมอร์

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก รังสิมันต์ โรม ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เดินทางเข้ารับการนัดสอบคำให้การในคดีหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ซึ่ง เบน สมิธ เป็นผู้ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง 100 ล้านบาท จากกรณีอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรพาดพิงถึงความเกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์และฟอกเงิน เจ้าตัวยืนยันทำหน้าที่โดยสุจริต พร้อมยื่นชื่อโจทก์เป็นพยานเพื่อซักถามข้อเท็จจริงด้วยตนเอง

ยื่น 16 พยานสู้คดี ขอซักถามโจทก์ด้วยตัวเอง

รังสิมันต์ โรม เปิดเผยภายหลังเข้าศาลว่า การนัดครั้งนี้เป็นการสอบคำให้การและตรวจพยานหลักฐาน โดยฝ่ายจำเลยได้ยื่นบัญชีพยานบุคคลรวม 16 ปาก หนึ่งในนั้นมีชื่อ เบน สมิธ ในฐานะพยานของฝ่ายจำเลยด้วย ซึ่งเป็นสิทธิตามกฎหมายที่สามารถอ้างโจทก์เป็นพยานได้

เขาระบุว่า เหตุผลที่ยื่นชื่อโจทก์เป็นพยาน ก็เพื่อเปิดโอกาสให้ซักถามข้อเท็จจริงโดยตรงในชั้นศาล และทำให้กระบวนการพิจารณาเป็นไปอย่างรอบด้าน พร้อมย้ำว่าในบัญชีพยานยังไม่มีรายชื่อนักการเมืองรายใหญ่ที่ถูกกล่าวถึงความสัมพันธ์กับโจทก์ แต่สามารถพิจารณาเพิ่มเติมได้ในภายหลังตามความเหมาะสมของรูปคดี

ชี้การฟ้องกระทบบรรยากาศตรวจสอบคดีสแกมเมอร์

ต่อประเด็นเจตนาการฟ้องร้อง รังสิมันต์ โรม แสดงความเห็นว่า สังคมน่าจะพิจารณาได้เองว่าการดำเนินคดีลักษณะนี้มีวัตถุประสงค์อย่างไร และอาจส่งผลต่อบรรยากาศการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยเฉพาะคดีสแกมเมอร์ซึ่งสร้างความเสียหายวงกว้างแก่ประชาชน

เขากล่าวว่า แม้กระแสข่าวเกี่ยวกับสแกมเมอร์อาจลดลง แต่จำนวนผู้เสียหายและมูลค่าความเสียหายยังอยู่ในระดับสูง การอภิปรายหรือให้ข้อมูลต่อสาธารณะจึงเป็นหน้าที่ของผู้แทนราษฎรในการติดตามตรวจสอบ ทั้งในสภาและผ่านสื่อมวลชน บนพื้นฐานของความสุจริตและข้อเท็จจริง

ไม่หวั่นกระทบงานสภา-บทบาทฝ่ายค้าน

ในมิติทางการเมือง รังสิมันต์ โรม ยืนยันว่าคดีดังกล่าวไม่ส่งผลต่อการทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร และถือเป็นสิทธิของคู่กรณีในการใช้กระบวนการยุติธรรม อย่างไรก็ตาม ประชาชนสามารถใช้ดุลพินิจพิจารณาได้ว่าการใช้สิทธินั้นตั้งอยู่บนพื้นฐานของความสุจริตหรือไม่

ส่วนกระแสข่าวว่าพรรคการเมืองที่ถูกกล่าวอ้างความเกี่ยวข้องกับ เบน สมิธ อาจเข้าร่วมเป็นฝ่ายค้าน เขาระบุว่า การจัดวางบทบาทฝ่ายค้านเป็นกลไกปกติของรัฐสภา พรรคฝ่ายค้านทุกพรรคต้องทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลอย่างเต็มที่ แม้อุดมการณ์ทางการเมืองจะแตกต่างกันก็ตาม และไม่ใช่สถานการณ์ใหม่สำหรับพรรคประชาชน

ปปง.ส่งสำนวนยึดทรัพย์ 1.2 หมื่นล้าน จับตาคดี Huione pay

กรณีความคืบหน้าทางคดี เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ได้ส่งสำนวนคดียึดและอายัดทรัพย์เครือข่ายของ เบน สมิธ ในคดี น.ส.แตงไทย พร้อมพวก วงเงิน 12,123 ล้านบาท ให้สำนักงานคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อพิจารณายื่นคำร้องต่อศาลแพ่งให้ทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดิน

รังสิมันต์ โรม ระบุว่า ฐานการยึดทรัพย์อาจไม่ได้จำกัดเฉพาะคดีดังกล่าว แต่ยังมีประเด็นคดี Huione pay ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของตำรวจสอบสวนกลาง และควรมีการขยายผลเพิ่มเติม เนื่องจากอาจมีผู้เกี่ยวข้องมากกว่าที่ปรากฏต่อสาธารณะ

เขาอ้างข้อมูลว่า หากมีการสืบเส้นทางการเงินในคดี Huione pay อย่างเต็มรูปแบบ อาจนำไปสู่การยึดทรัพย์มูลค่าสูงถึง 3.3 ล้านล้านบาท ซึ่งสูงกว่าคดี น.ส.แตงไทย อย่างมีนัยสำคัญ และหากดำเนินการได้จริง ก็จะเพิ่มโอกาสในการนำทรัพย์สินคืนแก่ผู้เสียหายชาวไทยในคดีสแกมเมอร์จำนวนมาก

ศาลอาญาพิพากษาประหาร “แอม ไซยาไนด์” คดีวางยาสารวัตรปู