โฆษกรัฐบาลเผย “คนละครึ่งพลัส” ได้รับความสนใจล้นหลาม ประชาชนแห่ลงทะเบียนผ่านแอปฯ เป๋าตังสำเร็จ 13 ล้านสิทธิในเวลาเพียง 2 ชั่วโมง ย้ำระบบจองสิทธิให้แล้ว ไม่ต้องลงซ้ำ
วันที่ 20 ตุลาคม 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการ “คนละครึ่งพลัส” ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากประชาชนทั่วประเทศ โดยหลังเปิดให้ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เพียง 2 ชั่วโมงแรก มีผู้ลงทะเบียนสำเร็จกว่า 13 ล้านสิทธิ จากจำนวนสิทธิทั้งหมด 20 ล้านสิทธิ สะท้อนให้เห็นถึงกระแสตอบรับที่ดีต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล
ลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” ทะลุ 13 ล้านสิทธิในเวลาอันรวดเร็ว
โฆษกรัฐบาลระบุว่า รัฐบาลมีความพึงพอใจที่ประชาชนให้ความร่วมมือและแสดงความเชื่อมั่นในนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการ คนละครึ่งพลัส โดยข้อมูลจาก ธนาคารกรุงไทย ซึ่งเป็นผู้ดูแลระบบระบุว่า ภายในเวลาเพียงสองชั่วโมงหลังเปิดให้ลงทะเบียน มีประชาชนยืนยันตัวตนและลงทะเบียนสำเร็จมากกว่า 13 ล้านสิทธิ จากสิทธิทั้งหมด 20 ล้านสิทธิ
นายสิริพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ประชาชนที่ยังไม่ทันลงทะเบียนสามารถดำเนินการได้ถึงวันที่ 26 ตุลาคม 2568 ผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” โดยขั้นตอนการลงทะเบียนถูกออกแบบให้สะดวกและปลอดภัย เพียงเข้าสู่หน้าแอปฯ เลือกโครงการ “คนละครึ่งพลัส” อ่านรายละเอียดเงื่อนไขและกดปุ่ม “ลงทะเบียน”
ย้ำผู้ลงทะเบียนแล้ว “รอผลภายใน 3 วัน” ไม่ต้องลงซ้ำ
โฆษกรัฐบาลชี้แจงเพิ่มเติมว่า สำหรับประชาชนที่ลงทะเบียนแล้วได้รับข้อความว่า “กำลังรอผลการลงทะเบียน ระบบจะแจ้งผลผ่านแอปฯ เป๋าตัง หรือ SMS ภายใน 3 วัน” ขออย่ากังวล เพราะระบบได้ จองสิทธิให้เรียบร้อยแล้วในฐานข้อมูลของรัฐบาล ไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนซ้ำแต่อย่างใด
ส่วนกลุ่มที่เคยเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่ง” ระยะที่ 5 ในปี 2565 ระบบจะยืนยันสิทธิได้ทันที โดยแสดงข้อความ “คุณได้รับสิทธิคนละครึ่งพลัสแล้ว” ซึ่งจำนวนสิทธิจะขึ้นอยู่กับสถานะการเสียภาษี หากเป็นผู้เสียภาษีจะได้รับสิทธิ 2,400 บาท และหากไม่เป็นผู้เสียภาษีจะได้รับสิทธิ 2,000 บาท
เปิดเงื่อนไขผู้มีสิทธิร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส 2568”
สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส 2568” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ เป็นผู้มีสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 16 ปีบริบูรณ์ ณ วันที่ลงทะเบียน มีบัตรประจำตัวประชาชน ไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลของ กระทรวงการคลัง ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2568 และไม่เคยถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนจากโครงการภาครัฐในอดีต
รัฐบาลคาดว่าโครงการนี้จะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจฐานรากและสร้างความเชื่อมั่นในมาตรการช่วยเหลือของรัฐ โดยเฉพาะในช่วงปลายปีซึ่งเป็นฤดูกาลจับจ่ายของประชาชน
ติดตามความคืบหน้าโครงการผ่านช่องทางทางการ
ผู้ที่ต้องการตรวจสอบผลการลงทะเบียนและสิทธิการใช้งาน สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเพจ “ไทยคู่ฟ้า”, เว็บไซต์ ทำเนียบรัฐบาล และช่องทางของ ธนาคารกรุงไทย รวมถึงการแจ้งเตือนผ่านแอปฯ “เป๋าตัง”


