กองทัพภาคที่ 2 ยืนยันเกิดเหตุทหารกัมพูชาใช้อาวุธปืนครกยิงเข้ามายังฐานทหารไทย บริเวณเนิน 469 ช่องบก อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อช่วงเช้าวันที่ 6 มกราคม 2569 ส่งผลให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ 1 นายจากสะเก็ดระเบิด โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเวลาประมาณ 07.25 น. ขณะปฏิบัติภารกิจรักษาพื้นที่ชายแดน ด้านแม่ทัพภาคที่ 2 ระบุอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงและที่มาของการยิง พร้อมกำชับทุกหน่วยเพิ่มความระมัดระวังเพื่อความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชนในพื้นที่
ยิงปืน ค. จากฝั่งกัมพูชา เข้าใส่ฐานทหารไทยช่องบก
รายงานจาก กองทัพภาคที่ 2 ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณฐานอนุพงษ์ บนเนิน 469 ตำบลโดมประดิษฐ์ อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นพื้นที่ปฏิบัติการของกำลังพลไทยตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา
การยิงอาวุธปืนครก หรือ “ปืน ค.” เป็นอาวุธยิงวิถีโค้งที่สามารถสร้างแรงระเบิดในวงกว้าง ทำให้เกิดสะเก็ดกระจาย โดยการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ากระสุนตกในพื้นที่ฐานทหาร ส่งผลให้กำลังพลได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิด
แม่ทัพภาคที่ 2 เผยอยู่ระหว่างตรวจสอบ ยืนยันดูแลความปลอดภัยเต็มที่
พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า หลังได้รับรายงานเหตุปืน ค. ยิงเข้ามายังพื้นที่เนิน 469 หน่วยที่เกี่ยวข้องได้เข้าตรวจสอบสถานการณ์โดยทันที เพื่อประเมินสาเหตุและรายละเอียดของเหตุการณ์อย่างรอบด้าน
แม่ทัพภาคที่ 2 ระบุว่า หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมจะมีการแจ้งให้สาธารณชนรับทราบ พร้อมย้ำว่าการรักษาความปลอดภัยของกำลังพลในพื้นที่ชายแดนเป็นภารกิจสำคัญสูงสุด ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดตามแนวชายแดนที่ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
ทหารบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิด อาการปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต
แถลงการณ์ของกองทัพภาคที่ 2 เมื่อเวลา 09.00 น. ระบุว่า กำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บคือ จ.ส.อ.ปรัชญา พิลาชัย ตำแหน่งผู้บังคับหมวดปืนเล็กที่ 1 กองร้อยทหารราบที่ 6021 (RDF) ได้รับบาดเจ็บบริเวณแขนขวาจากสะเก็ดระเบิด
แพทย์ประเมินอาการอยู่ในระดับผู้ป่วยสีเขียว ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต โดยหน่วยแพทย์สนามได้ให้การปฐมพยาบาลตามขั้นตอนทันที ก่อนส่งตัวออกจากพื้นที่ปฏิบัติการ และนำเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกุดเชียงมน ก่อนส่งต่อไปยังโรงพยาบาลน้ำยืน ซึ่งขณะนี้อาการปลอดภัยและอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
กองทัพภาคที่ 2 กำชับเพิ่มความระมัดระวัง พร้อมรายงานความคืบหน้า
กองทัพภาคที่ 2 ระบุว่า สาเหตุของเหตุการณ์ดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยหน่วยที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนและรอบคอบที่สุดก่อนรายงานต่อผู้บังคับบัญชา
พร้อมกันนี้ ได้กำชับทุกหน่วยในพื้นที่ให้เพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติภารกิจตามแนวชายแดนอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ โดยประชาชนสามารถติดตามข้อมูลและความคืบหน้าของสถานการณ์ได้จากการแถลงอย่างเป็นทางการของกองทัพภาคที่ 2 และหน่วยงานด้านความมั่นคง


