ศาลยกฟ้องพิงกี้ แม่ และพี่ชาย คดี Forex 3D

ศาลยกฟ้อง พิงกี้ แม่ พี่ชาย คดี Forex 3D ชี้เป็นผู้ร่วมลงทุน

ศาลอาญาถนนรัชดาภิเษกมีคำพิพากษาคดี Forex 3D เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 โดยยกฟ้อง สาวิกา ไชยเดช หรือพิงกี้ พร้อมมารดาและพี่ชาย หลังพิจารณาแล้วเห็นว่าทั้ง 3 คนเป็นผู้ร่วมลงทุน แต่พยานหลักฐานยังไม่เพียงพอให้เชื่อว่าเป็นผู้ชักชวนประชาชนเข้าร่วมลงทุน ขณะที่จำเลยบางรายถูกพิพากษาจำคุกจากความผิดเกี่ยวกับการกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชนและ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ โดยศาลกำหนดโทษจำคุกสูงสุดตามกฎหมาย 20 ปี ท่ามกลางบรรยากาศสะเทือนใจเมื่อพิงกี้ แม่ และพี่ชาย ร้องไห้และสวมกอดกันกลางศาลหลังได้รับคำพิพากษายกฟ้อง

ศาลชี้ Forex 3D เป็นแชร์ลูกโซ่ หลอกลงทุนกว่า 2.4 พันล้าน

คดีนี้พนักงานอัยการคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ฟ้อง นายอภิรักษ์ โกฎธิ ผู้บริหาร Forex 3D พร้อมจำเลยรวม 24 คน ในความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชนและความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จากพฤติการณ์ชักชวนประชาชนให้ลงทุนซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศผ่านเว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์

ตามคำฟ้อง เหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 24 พฤศจิกายน 2558 ถึง 8 กันยายน 2563 โดยมีการโฆษณาว่ามีทีมงานมืออาชีพทำหน้าที่ลงทุนแทนผู้ร่วมลงทุน พร้อมรับประกันเงินต้น 100% และเสนอผลตอบแทนจากการลงทุน จนมีผู้หลงเชื่อจำนวนมาก

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า จำเลยที่ 1-3 มีพฤติการณ์หลอกให้ประชาชนนำเงินมาลงทุนในลักษณะเป็นแชร์ลูกโซ่ โดยในช่วงแรกผู้ลงทุนได้รับผลตอบแทนจริง ก่อนเริ่มจ่ายเงินล่าช้าในต้นปี 2562 และไม่สามารถถอนเงินหรือผลตอบแทนได้ในเวลาต่อมา

ศาลยกฟ้องพิงกี้ แม่ และพี่ชาย คดี Forex 3D
ศาลยกฟ้องพิงกี้ แม่ และพี่ชาย คดี Forex 3D ชี้เป็นผู้ร่วมลงทุน ไม่พบหลักฐานชักชวนประชาชน ขณะที่ 5 จำเลยถูกจำคุก 20 ปี

พบไม่มีใบอนุญาตเทรด Forex และเส้นทางเงินผิดปกติ

พยานจากธนาคารแห่งประเทศไทยให้ข้อมูลว่า บริษัทที่เกี่ยวข้องกับ Forex 3D ไม่เคยได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจในลักษณะดังกล่าว และไม่พบธุรกรรมทางการเงินระหว่างประเทศที่สอดคล้องกับการนำเงินไปลงทุนซื้อขายเงินตราต่างประเทศในตลาดโลก

ศาลยังพิจารณาประเด็นเกี่ยวกับบัญชีม้าจำนวนมาก ซึ่งถูกนำมาใช้รับและโอนเงิน โดยมีข้อมูลว่ามีการจ้างบุคคลให้เปิดบัญชีในลักษณะดังกล่าว พร้อมจ่ายค่าตอบแทน จึงเป็นพฤติการณ์ที่ศาลเห็นว่ามีความเกี่ยวข้องกับการปกปิดเส้นทางการเงินและหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ

จากพยานหลักฐานโดยรวม ศาลเห็นว่าผู้เสียหายจำนวนมากรู้จักการลงทุนผ่านบุคคลและสื่อออนไลน์ โดยเชื่อว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้บริหารและนำเงินไปลงทุนในตลาด Forex อีกทั้งมีการรับประกันผลขาดทุนและผู้ลงทุนบางส่วนได้รับผลตอบแทนจริงในช่วงแรก จึงตัดสินใจลงทุนเพิ่ม

พิงกี้ แม่ พี่ชาย ศาลยกประโยชน์แห่งความสงสัย

สำหรับ สาวิกา ไชยเดช หรือพิงกี้ จำเลยที่ 7 พร้อม สรินยา ไชยเดช มารดา และ กิตติเชษฐ์ หรือสรายุทธ ไชยเดช พี่ชาย ศาลพิจารณาความสัมพันธ์และธุรกรรมทางการเงินที่เชื่อมโยงกับจำเลยที่ 1 รวมถึงการลงทุนใน Forex 3D

ศาลพบว่าจำเลยทั้ง 3 คนมีความสนิทสนมกับจำเลยที่ 1 และมีความเกี่ยวข้องกับบริษัทบางแห่ง รวมถึงมีเงินหมุนเวียนเชื่อมโยงกัน แต่เห็นว่าพยานหลักฐานของโจทก์ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่าทั้ง 3 คนรู้ว่า Forex 3D เป็นการหลอกลวงประชาชน

ในส่วนของพิงกี้ ศาลพิจารณาว่าเคยเปิดพอร์ตลงทุนครั้งแรก 15 ล้านบาท และลงทุนต่อเนื่องจนรวมประมาณ 30 ล้านบาท ส่วนมารดาลงทุน 2 ล้านบาทและได้รับกำไรประมาณ 2.9 ล้านบาท ลักษณะดังกล่าวสอดคล้องกับการเป็นผู้ร่วมลงทุนจริง มากกว่าการสร้างพอร์ตปลอมเพื่อใช้หลอกประชาชน

ศาลยังเห็นว่าจำเลยที่ 6-8 ไม่ได้มีพฤติการณ์ชักชวนบุคคลอื่นให้เข้ามาลงทุน และหากรู้ตั้งแต่ต้นว่าเป็นการหลอกลวง ก็ไม่น่าจะนำเงินของตนเองกลับไปลงทุนเพิ่มเติม เพราะย่อมมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงิน ดังนั้นจึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยทั้ง 3 คน

พิงกี้-แม่-พี่ชาย ร้องไห้สวมกอดหลังยกฟ้อง

บรรยากาศภายในห้องพิจารณาคดีระหว่างศาลอ่านคำพิพากษาเป็นไปอย่างเคร่งเครียด โดยจำเลยที่ 6-8 มีสีหน้าเรียบเฉยตลอดการรับฟังคำพิพากษา

อย่างไรก็ตาม เมื่อศาลกล่าวถึงการ “ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้กับจำเลย” ทั้ง 3 คนต่างร้องไห้และเข้าสวมกอดกันด้วยความดีใจ หลังได้รับการยกฟ้องในคดีดังกล่าว

สำหรับพิงกี้ ซึ่งได้รับการประกันตัวในวงเงิน 5 ล้านบาทก่อนหน้านี้ คำพิพากษาดังกล่าวถือเป็นผลสำคัญต่อสถานะทางคดีของเธอ โดยศาลไม่ได้ลงโทษจำคุกในคดีนี้

ศาลลงโทษจำเลย 5 ราย จำคุกสูงสุดตามกฎหมาย 20 ปี

ขณะเดียวกัน ศาลมีคำพิพากษาว่าจำเลยที่ 1, 5, 9, 11 และ 21 มีความผิดฐานกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน รวมถึงความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และฉ้อโกงประชาชน โดยเป็นความผิดกรรมเดียวแต่ผิดกฎหมายหลายบท ศาลจึงลงโทษตามบทที่มีโทษหนักที่สุด

ศาลกำหนดโทษจำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 9,822 กระทง คิดเป็น 49,110 ปีต่อคน แต่เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้จำคุกได้สูงสุดไม่เกิน 20 ปี จึงให้จำคุกจำเลยทั้ง 5 คน คนละ 20 ปี พร้อมให้ร่วมกันคืนเงินแก่ผู้เสียหายทั้ง 9,822 ราย ตามจำนวนเงินที่ถูกฉ้อโกงพร้อมดอกเบี้ย

ส่วนจำเลยที่ 2 และ 3 ซึ่งเป็นนิติบุคคล ศาลสั่งปรับรายละ 500,000 บาท รวม 9,822 กระทง คิดเป็นค่าปรับรายละ 4,911 ล้านบาท ตามคำพิพากษา

จำเลยรายอื่นยกฟ้อง รวมถึงพิงกี้และครอบครัว

สำหรับจำเลยรายอื่น ศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง รวมถึงจำเลยที่ 4, 6-8, 10, 12-20 และ 22-24 ซึ่งครอบคลุมพิงกี้ มารดา และพี่ชายของเธอ โดยศาลเห็นว่าพยานหลักฐานยังมีข้อสงสัยในส่วนความรู้เห็นและบทบาทในการชักชวนประชาชนให้เข้าร่วมลงทุน

คดี Forex 3D จึงมีผลคำพิพากษาที่แตกต่างกันระหว่างจำเลยแต่ละราย โดยศาลพิจารณาจากพยานหลักฐานและบทบาทของแต่ละบุคคลเป็นรายกรณี ไม่ได้ถือว่าผู้ที่มีความสัมพันธ์กับผู้บริหารหรือมีการลงทุนร่วมกันจะต้องมีความผิดโดยอัตโนมัติ

ประชุมบอร์ด กสทช. ล่ม 5 ครั้งติด เหตุองค์ประชุมไม่ครบ นพ.สรณ ยังทำหน้าที่ประธาน

ประชุมบอร์ด กสทช. ล่ม 5 ครั้งติด นพ.สรณ ยังนั่งประธาน