เกิดเหตุความไม่สงบหลายจุดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในคืนวันที่ 22 สิงหาคม 2569 โดยคนร้ายกระจายกำลังก่อเหตุทั้งวางระเบิด วางเพลิง และยิงก่อกวน รวม 51 จุดในจังหวัดนราธิวาส ยะลา และปัตตานี ส่งผลให้มีทรัพย์สินของทางราชการและภาคเอกชนได้รับความเสียหาย ขณะที่จังหวัดนราธิวาสพบประชาชนได้รับบาดเจ็บ 2 คนจากสะเก็ดระเบิด เจ้าหน้าที่ต้องยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยประกาศเคอร์ฟิวในบางพื้นที่ พร้อมแจ้งสถานีบริการน้ำมัน ร้านสะดวกซื้อ และร้านค้าให้ปิดชั่วคราวเพื่อป้องกันเหตุซ้ำ
นราธิวาสเกิดเหตุ 22 จุด กระจายเกือบทั้งจังหวัด
ตั้งแต่เวลาประมาณ 20.00 น. ของวันที่ 22 สิงหาคม กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบก่อเหตุในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสรวม 22 จุด ครอบคลุม 12 อำเภอ จากทั้งหมด 13 อำเภอ โดยมีเพียงอำเภอสุคิรินที่ยังไม่มีรายงานเหตุการณ์ในคืนดังกล่าว
ลักษณะเหตุมีทั้งการวางเพลิงสถานที่ราชการ การเผายางรถยนต์ การเผารถแบ็กโฮ การวางระเบิดเสาไฟฟ้า และการยิงก่อกวน สะท้อนการก่อเหตุหลายรูปแบบและเกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้เคียงกันหลายพื้นที่
หนึ่งในจุดสำคัญคือบริเวณ อบต.บองอ อำเภอระแงะ ซึ่งคนร้ายก่อเหตุวางเพลิงสถานที่ราชการ ก่อนนำรถกระบะออกจากพื้นที่แล้วนำไปเผาทำลาย โดยภายหลังเจ้าหน้าที่พบรถราชการที่ถูกนำออกไปจอดและเผาทิ้งกลางถนน

ระเบิดบ้านทำเนียบ มีประชาชนบาดเจ็บ 2 คน
บริเวณบ้านทำเนียบ ตำบลลำภู อำเภอเมืองนราธิวาส เกิดเหตุระเบิดจนรถยนต์ได้รับความเสียหายจากสะเก็ดระเบิด และมีประชาชนได้รับบาดเจ็บ 2 คน เจ้าหน้าที่เร่งเข้าตรวจสอบและนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์
ผู้ได้รับบาดเจ็บประกอบด้วย นางฟาซีลา ซึ่งมีบาดแผลฉีกขาดบริเวณต้นขา และนางสาวโนรฮายาตี มีบาดแผลบริเวณหน้าอกและแขนซ้าย เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบพื้นที่และวัตถุต้องสงสัย
จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ประกาศห้ามบุคคลออกนอกเคหสถานในช่วงเวลา 22.15-06.00 น. ของวันที่ 23 สิงหาคม เพื่อควบคุมสถานการณ์และลดความเสี่ยงต่อประชาชน
ขณะเดียวกัน ตำรวจ สภ.เมืองนราธิวาส แจ้งเตือนสถานีบริการน้ำมัน ร้านสะดวกซื้อ และร้านค้าทั้งในพื้นที่ตัวเมืองและรอบนอก ให้ปิดให้บริการเป็นการชั่วคราว เนื่องจากอาจตกเป็นเป้าหมายของการก่อเหตุ
ยะลาเกิดเหตุ 18 จุด เผาเสาสัญญาณ-รถราชการ
จังหวัดยะลาเกิดเหตุในช่วงเวลาประมาณ 20.30 น. เป็นต้นไป รวม 18 จุดใน 3 อำเภอ โดยอำเภอธารโตได้รับผลกระทบมากที่สุด มีรายงานเหตุ 8 จุด ลักษณะเหตุส่วนหนึ่งเป็นการเผาเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์และเผารถยนต์
อีกเหตุการณ์หนึ่งมีรายงานว่า ผู้ก่อเหตุอย่างน้อย 2 คนแต่งกายเลียนแบบเจ้าหน้าที่รัฐ ก่อนเข้าไปข่มขู่ รื้อค้น และจุดไฟเผาอาคารสถานีพัฒนาที่ดินยะลา พร้อมเผารถยนต์ของทางราชการได้รับความเสียหาย 2 คัน
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งตรวจสอบพื้นที่โดยรอบ และเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ราชการและโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสาร ซึ่งอาจเป็นเป้าหมายของการก่อเหตุ
ปัตตานี 11 จุด คนร้ายบุกปล้น-เผาร้านสะดวกซื้อ
ในจังหวัดปัตตานี มีรายงานเหตุรวม 11 จุดใน 6 อำเภอ ได้แก่ ยะรัง ยะหริ่ง หนองจิก สายบุรี ทุ่งยางแดง และโคกโพธิ์ โดยเหตุการณ์เริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. และเกิดเหตุหลายลักษณะต่อเนื่องกัน
จุดที่เกิดเหตุสำคัญอยู่ในพื้นที่ตำบลบางปู อำเภอยะหริ่ง เมื่อกลุ่มคนร้ายกว่า 10 คนพร้อมอาวุธปืนเข้าปล้นร้านสะดวกซื้อ พร้อมยิงข่มขู่ให้พนักงานและประชาชนออกจากร้าน ก่อนนำวัตถุระเบิดและแกลลอนน้ำมันเข้าไปภายใน
ประมาณครึ่งชั่วโมงต่อมาเกิดระเบิดและเพลิงไหม้ภายในร้าน ส่งผลให้กระจกและชั้นวางสินค้าได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่ต้องเร่งดับเพลิงเพื่อป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามไปยังบ้านเรือนใกล้เคียง ขณะที่ประชาชนบางส่วนต้องปีนกำแพงออกจากบ้านเพื่อหลบหนี
เผา อบต.บางเขา-เทศบาลเมืองตะลุบัน
ต่อมาเวลาประมาณ 21.30 น. มีเหตุลอบเผาโรงเก็บรถภายในองค์การบริหารส่วนตำบลบางเขา อำเภอหนองจิก รวมถึงเหตุเผายางในพื้นที่อำเภอยะรังและอำเภอโคกโพธิ์
กระทั่งเวลาประมาณ 22.00 น. กลุ่มคนร้ายปกปิดใบหน้าเข้าจับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของเทศบาลเมืองตะลุบัน อำเภอสายบุรี จำนวน 2 คน โดยใช้สายเคเบิลไทร์มัดมือ ก่อนวางระเบิดและวางเพลิงอาคารเทศบาล ส่งผลให้ตัวอาคารได้รับความเสียหายอย่างหนัก
หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมพื้นที่และตรวจสอบวัตถุต้องสงสัย พร้อมขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าดำเนินการตรวจสอบ
กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า สรุปเหตุรวม 51 จุด
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า รายงานภาพรวมเหตุการณ์ก่อกวนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวม 51 จุด แบ่งเป็นจังหวัดนราธิวาส 22 จุด จังหวัดยะลา 18 จุด และจังหวัดปัตตานี 11 จุด
เบื้องต้นจังหวัดนราธิวาสมีประชาชนได้รับบาดเจ็บ 2 คน ขณะที่เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบความเสียหายและรวบรวมพยานหลักฐานในแต่ละพื้นที่ รวมถึงตรวจสอบความเชื่อมโยงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน

