คณะกรรมการการเลือกตั้งเปิดเผยความคืบหน้าการรับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตการเลือกตั้งปี 2569 แล้วรวม 32 คำร้อง ขณะที่ นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีคำสั่งถึงเจ้าหน้าที่ทั่วประเทศให้เร่งรณรงค์การเลือกตั้งอย่างสุจริต ไม่เลือกผู้สมัครที่ใช้เงินซื้อเสียง และไม่รับเงินจากการทุจริต พร้อมย้ำว่าการซื้อเสียงเป็นภัยต่อประเทศและระบอบประชาธิปไตย โดยเน้นการป้องกันและปราบปรามเชิงรุกควบคู่กับการส่งเสริมการออกมาใช้สิทธิของประชาชน
กกต.ชี้ปัญหาซื้อเสียงถูกวิพากษ์หนักในสังคม
นายแสวง บุญมี ระบุผ่านข้อความถึงเจ้าหน้าที่สำนักงาน กกต. ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคว่า ขณะนี้สังคมให้ความสนใจและวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางต่อประเด็นการใช้เงินซื้อเสียงในการเลือกตั้งปี 2569 ซึ่งสะท้อนความกังวลต่อความสุจริตและเที่ยงธรรมของกระบวนการเลือกตั้ง
เลขาธิการ กกต. เห็นว่า สถานการณ์การออกมาใช้สิทธิของประชาชนไม่น่าเป็นห่วง โดยประเมินว่าผู้ออกมาใช้สิทธิจะไม่ต่ำกว่าการเลือกตั้งปี 2566 ซึ่งมีอัตราการใช้สิทธิมากกว่า 75 เปอร์เซ็นต์ จึงควรปรับจุดเน้นการรณรงค์ไปสู่ “การเลือกตั้งที่สุจริต” มากกว่าการกระตุ้นจำนวนผู้มาใช้สิทธิเพียงอย่างเดียว
เน้นรณรงค์ไม่รับเงิน ชี้เป็นภัยต่อประชาธิปไตย
เลขาธิการ กกต. กำชับให้การประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งมุ่งสื่อสารกับประชาชนอย่างชัดเจนว่า ไม่ควรเลือกผู้สมัครที่มีพฤติกรรมแจกเงินหรือสิ่งตอบแทนเพื่อแลกกับคะแนนเสียง และไม่ควรรับเงินดังกล่าวไม่ว่ากรณีใด
นายแสวงระบุว่า การรับเงินซื้อเสียงนอกจากจะมีโทษตามกฎหมายแล้ว ยังบ่อนทำลายความเชื่อมั่นของระบบเลือกตั้ง และถือเป็นภัยต่อประเทศชาติและระบอบประชาธิปไตยในระยะยาว ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกระดับต้องร่วมกันสร้างความเข้าใจให้ประชาชนตระหนักถึงผลกระทบดังกล่าว
สั่งฝ่ายสืบสวนป้องกันเชิงรุก เสริมภาพลักษณ์องค์กร
ในด้านการบังคับใช้กฎหมาย นายแสวง บุญมี ระบุว่า ฝ่ายสืบสวนและสอบสวนควรให้ความสำคัญกับการป้องกันและป้องปรามการซื้อเสียงอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงการดำเนินคดีภายหลังเกิดเหตุ
แนวทางดังกล่าวไม่เพียงเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง แต่ยังช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือให้กับสำนักงาน กกต. ในฐานะองค์กรอิสระที่ทำหน้าที่กำกับดูแลการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม และโปร่งใส
รับแล้ว 32 คำร้อง สะท้อนความเข้มข้นการเลือกตั้ง
มีรายงานว่า ล่าสุด กกต. ได้รับคำร้องเกี่ยวกับการเลือกตั้งแล้วจำนวน 32 คำร้อง ซึ่งอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาตามขั้นตอนของกฎหมาย
การเพิ่มขึ้นของคำร้องสะท้อนถึงความเข้มข้นของการแข่งขันทางการเมืองในการเลือกตั้งครั้งนี้ และบทบาทของ กกต. ที่ต้องทำหน้าที่ตรวจสอบข้อร้องเรียนอย่างรอบคอบ เพื่อรักษามาตรฐานการเลือกตั้งและความเชื่อมั่นของสาธารณชน


