มอบตัวแล้วหัวหน้า รปภ.โรงแรมหรูภูเก็ต ใช้มาสเตอร์คีย์พยายามบุกห้องดีเจสาว

เกิดเหตุสะเทือนความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เมื่อ หัวหน้าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ของโรงแรมหรูแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน หลังถูกกล่าวหาว่าใช้ มาสเตอร์คีย์การ์ด พยายามบุกรุกห้องพักของ ดีเจสาว ในช่วงกลางคืน เหตุเกิดเมื่อกลางเดือนมกราคม 2569 ภายในโรงแรมย่านอำเภอถลาง ต่อมาพบพฤติการณ์ลบภาพจากกล้องวงจรปิดช่วงเวลาเกิดเหตุ ก่อนตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานแจ้งข้อหา “พยายามบุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน” และนัดหมายส่งตัวเข้าสู่กระบวนการศาล

ดีเจสาวแจ้งความหลังพบพยายามเปิดห้องกลางดึก

เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 22.00 น. ขณะที่ น.ส.มิรินดา (ขอสงวนนามสกุล) ซึ่งประกอบอาชีพดีเจ และเข้าพักในโรงแรมหรูแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต อยู่ภายในห้องพักตามลำพัง ได้ยินเสียงพยายามใช้คีย์การ์ดเปิดประตูห้องหลายครั้งในช่วงเวลากลางคืน

ผู้เสียหายให้การว่า แม้ผู้ก่อเหตุจะไม่สามารถเข้าไปภายในห้องได้ เนื่องจากมีการใส่สลักล็อกจากด้านใน แต่เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตื่นตระหนกและหวาดกลัวอย่างรุนแรง จึงตัดสินใจเข้าพบพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเชิงทะเล ในวันที่ 17 มกราคม 2569 เพื่อแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน และขอให้เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบความปลอดภัยภายในโรงแรม

ตำรวจตรวจกล้องวงจรปิด พบผู้ก่อเหตุเป็นหัวหน้า รปภ.

จากการสืบสวนของตำรวจชุดสืบสวน สภ.เชิงทะเล และการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดภายในโรงแรม พบว่าผู้ก่อเหตุคือ ส.ต.คณิศร อายุ 39 ปี ทหารนอกราชการ ซึ่งดำรงตำแหน่ง หัวหน้าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงแรม โดยในวันเกิดเหตุ ผู้ต้องหาเลิกเวรตั้งแต่เวลา 16.00 น. แต่ไม่ได้เดินทางกลับ และแอบพักอยู่ภายในห้องทำงานของโรงแรม

พฤติการณ์ตามกล้องวงจรปิดระบุว่า ผู้ต้องหาแต่งกายลำลอง ใช้มาสเตอร์คีย์การ์ดของแม่บ้านรายวัน ซึ่งอยู่ในความดูแลของตน เดินไปพยายามเปิดห้องพักหลายห้องใกล้กับห้องผู้เสียหาย ก่อนกดกริ่ง เคาะประตู และพูดว่า “Hello” จากนั้นวิ่งไปหลบมุมอาคาร และย้อนกลับมาใช้คีย์การ์ดเปิดประตูอีกครั้ง แต่ไม่สำเร็จเนื่องจากมีการล็อกจากด้านใน

ลบภาพกล้องวงจรปิด โรงแรมกู้ข้อมูลกลับได้

การตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า หลังเกิดเหตุ ผู้ต้องหาได้ลบข้อมูลภาพจากกล้องวงจรปิดในช่วงเวลาสำคัญ ซึ่งถือเป็นพฤติการณ์ที่อาจเข้าข่ายพยายามปกปิดหลักฐาน อย่างไรก็ตาม ฝ่ายบริหารโรงแรมสามารถประสานผู้เชี่ยวชาญด้านระบบรักษาความปลอดภัยเพื่อกู้คืนข้อมูลดังกล่าวได้ครบถ้วน

ข้อมูลจากกล้องวงจรปิดที่กู้คืนได้ กลายเป็นหลักฐานสำคัญในการยืนยันตัวผู้ก่อเหตุและลำดับเหตุการณ์ทั้งหมด ซึ่งตำรวจนำไปประกอบสำนวนคดี และใช้เป็นฐานในการแจ้งข้อกล่าวหาต่อผู้ต้องหาอย่างเป็นทางการ

เข้ามอบตัว ตำรวจแจ้งข้อหา-โรงแรมเลิกจ้างทันที

ต่อมาในวันที่ 18 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนได้ติดตามตัว ส.ต.คณิศร มาพบพนักงานสอบสวน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา “พยายามบุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน” โดยรับคำร้องทุกข์ไว้เป็นคดีอาญาที่ 19/2569 และอยู่ระหว่างการสอบสวนตามขั้นตอนของกฎหมาย

รายงานข่าวระบุว่า เบื้องต้นตำรวจยังไม่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหา เนื่องจากเข้ามอบตัวเอง และยังไม่มีการออกหมายจับ แต่ได้กำหนดนัดหมายให้ไปพบศาลจังหวัดภูเก็ตในวันถัดไป หากไม่ปฏิบัติตามนัดหมาย เจ้าหน้าที่จะดำเนินการออกหมายจับทันที ขณะที่ฝ่ายบริหารโรงแรมได้มีคำสั่งบอกเลิกสัญญาจ้างผู้ต้องหาแล้ว เพื่อแสดงความรับผิดชอบและฟื้นความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของผู้เข้าพัก

ภูมิใจไทยลุยสายไหม “สีหศักดิ์–ศุภจี” ขอคะแนนหนุนเอกภพ สานงานรัฐบาลต่อ

กกต.รับคำร้องทุจริตเลือกตั้ง 32 เรื่อง เลขาฯ สั่งเข้มต้านซื้อเสียง