คดีสะเทือนขวัญในพื้นที่นนทบุรีมีความคืบหน้า เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจพบชิ้นส่วนศพหญิงสาวสัญชาติลาวถูกหั่นใส่ถุงดำรวม 6 ถุง ทิ้งกระจายริมถนนเลียบคลองประปา อำเภอปากเกร็ด เมื่อคืนวันที่ 24 มีนาคม 2569 หลังจากก่อนหน้านี้มีการแจ้งคนหายจากอพาร์ตเมนต์ย่านแจ้งวัฒนะ 14 โดยผู้ต้องสงสัยซึ่งเป็นแฟนหนุ่มถูกจับกุมได้ขณะพยายามหลบหนีออกนอกประเทศ เบื้องต้นให้การรับสารภาพ ขณะที่ตำรวจยังเร่งค้นหาชิ้นส่วนที่เหลือและสอบสวนแรงจูงใจอย่างละเอียด
พบชิ้นส่วนศพ 6 ถุง กระจายริมคลองประปา
เจ้าหน้าที่ตำรวจนำโดย ร.ต.อ.นิพนธ์ พลสวัสดิ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.ปากเกร็ด เข้าตรวจสอบบริเวณริมถนนเลียบคลองประปา ใกล้ซอยข้างโรงเรียนเซนต์ฟรังซิสเซเวียร์ ตำบลบ้านใหม่ หลังได้รับแจ้งพบถุงต้องสงสัยหลายจุดในพื้นที่
จากการตรวจสอบพบถุงขยะสีดำรวม 6 ถุง ภายในบรรจุชิ้นส่วนร่างกายของหญิงสาว โดยมีทั้งศีรษะ ลำตัว แขน และขา ถูกแยกเป็นชิ้นและนำไปทิ้งกระจายทั้งในคลองและพงหญ้าในรัศมีประมาณ 300 เมตร อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ระบุว่ายังไม่พบชิ้นส่วนบางส่วน เช่น สะโพกและแขนขวา และอยู่ระหว่างค้นหาเพิ่มเติม
จุดเริ่มต้นคดี จากแจ้งคนหายสู่คดีฆาตกรรม
คดีนี้เริ่มต้นจากการที่ญาติของผู้เสียชีวิตเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจ หลังไม่สามารถติดต่อหญิงสาววัย 20 ปี ซึ่งพักอาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ย่านแจ้งวัฒนะ 14 ได้ โดยแฟนหนุ่มอ้างว่าเกิดการทะเลาะกันก่อนที่ฝ่ายหญิงจะออกจากห้องไป
อย่างไรก็ตาม เมื่อญาติขอตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด กลับไม่พบว่าผู้เสียชีวิตออกจากอาคารแต่อย่างใด อีกทั้งภายในห้องพักยังพบคราบเลือดและกลิ่นคาวอย่างชัดเจน ทำให้เจ้าหน้าที่เชื่อว่ามีเหตุร้ายเกิดขึ้นและเร่งสืบสวนทันที
รวบผู้ต้องหาได้ที่หนองคาย ก่อนหลบหนีข้ามแดน
ต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคาย ขณะกำลังเตรียมหลบหนีออกนอกประเทศไปยังลาว หลังมีการประสานข้อมูลกับตำรวจตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศ
ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุฆาตกรรมและแยกชิ้นส่วนศพใส่ถุงดำรวม 8 ถุง โดยนำไปทิ้งตามจุดต่างๆ ตามแนวคลองประปา และบางส่วนทิ้งไว้ใกล้อพาร์ตเมนต์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังไม่พบครบตามคำให้การ
เปิดไทม์ไลน์หลังก่อเหตุ ทำทีปกติอำพรางความผิด
จากการตรวจสอบของชุดสืบสวนพบว่า ก่อนเกิดเหตุไม่กี่วัน ผู้ต้องหาได้ไปรับผู้เสียชีวิตจากจังหวัดชลบุรีมาที่ห้องพัก ก่อนจะเกิดเหตุรุนแรงขึ้นภายในห้อง
ภาพจากกล้องวงจรปิดเผยให้เห็นว่า ผู้ต้องหาเดินออกจากอพาร์ตเมนต์พร้อมกระเป๋าสะพายและถุงสีดำ ก่อนจะกลับเข้าห้องพักในลักษณะปกติ เสมือนไม่มีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นพฤติกรรมอำพรางความผิด
เร่งสอบปมสังหาร คาดชนวนจากความขัดแย้งส่วนตัว
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างควบคุมตัวผู้ต้องหาเพื่อสอบปากคำอย่างละเอียด โดยเฉพาะแรงจูงใจในการก่อเหตุ ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าอาจเกิดจากปัญหาความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างผู้ต้องหาและผู้เสียชีวิต
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม รวมถึงผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งเร่งค้นหาชิ้นส่วนศพที่ยังสูญหายให้ครบถ้วน


