ผู้เชี่ยวชาญเผยข้อมูลบัตรประชาชนผู้บริหารรัฐรั่วไหล หวั่นถูกปลอมแปลงเอกสาร

ผู้เชี่ยวชาญแฉข้อมูลบัตรประชาชนผู้บริหารรัฐรั่ว หวั่นเสี่ยงปลอมแปลงเอกสาร

นายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท โดมคลาวด์ จำกัด เปิดเผยเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ว่า พบการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงมหาดไทย ซึ่งส่งผลกระทบต่อบุคคลระดับสูงทั้งฝ่ายการเมืองและข้าราชการประจำ ตั้งแต่นายกรัฐมนตรีในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไปจนถึงผู้บริหารระดับปลัดกระทรวงและอธิบดี พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าข้อมูลอาจรั่วไหลมานานกว่า 5 ปี และเรียกร้องให้ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) เร่งบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เนื่องจากข้อมูลที่หลุดสามารถนำไปใช้ปลอมแปลงเอกสารและก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์ได้

ผู้เชี่ยวชาญเผยข้อมูลผู้บริหารระดับสูงรั่วไหลหลายหน่วยงาน

นายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ ระบุว่า ข้อมูลที่รั่วไหลเป็นข้อมูลส่วนบุคคลของบุคลากรระดับสูงในกระทรวงมหาดไทย ครอบคลุมตั้งแต่นายกรัฐมนตรีในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหารระดับปลัดกระทรวง รองปลัดกระทรวง อธิบดี และรองอธิบดีกรมการปกครอง

ตามข้อมูลที่เปิดเผย ระบุว่าข้อมูลที่รั่วไหลไม่ได้มีเพียงข้อมูลประจำตัวทั่วไป แต่ยังรวมถึงรูปถ่ายหน้าตรงที่ใช้ในบัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งบุคคลที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่เป็นผู้มีหน้าที่กำกับดูแลข้อมูลส่วนบุคคล หรือมีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายด้านการคุ้มครองข้อมูลของภาครัฐ

ชี้ข้อมูลหลุดครบชุด เสี่ยงถูกนำไปปลอมบัตรประชาชน

นายธนารัตน์อธิบายว่า ข้อมูลที่รั่วไหลประกอบด้วยเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน และรูปถ่ายติดบัตรประชาชน ซึ่งถือเป็นข้อมูลที่สามารถนำไปใช้ปลอมแปลงสำเนาบัตรประชาชนได้ทันที

ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศระบุว่า เมื่อข้อมูลสำคัญเหล่านี้หลุดออกสู่ภายนอก ความเสี่ยงไม่ได้จำกัดเพียงการละเมิดความเป็นส่วนตัว แต่ยังอาจถูกนำไปใช้แอบอ้างตัวตน เปิดบัญชี ทำธุรกรรมทางการเงิน หรือใช้ในการก่ออาชญากรรมในรูปแบบต่าง ๆ หากไม่มีมาตรการตรวจสอบตัวตนที่รัดกุม

ตั้งคำถามการบังคับใช้ PDPA หลังเชื่อข้อมูลรั่วมานานกว่า 5 ปี

นายธนารัตน์ ตั้งข้อสังเกตว่า ข้อมูลชุดดังกล่าวมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ารั่วไหลมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี และอาจอยู่ในมือของมิจฉาชีพมาเป็นเวลานาน พร้อมเรียกร้องให้ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) โดยเฉพาะหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการเฝ้าระวังและบังคับใช้กฎหมาย เร่งดำเนินการเชิงรุกมากกว่าที่ผ่านมา

เจ้าตัวยังระบุว่า หากกรณีที่ผู้ได้รับผลกระทบเป็นผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานรัฐและผู้กำกับดูแลด้านข้อมูลส่วนบุคคล ยังไม่สามารถทำให้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลถูกบังคับใช้อย่างจริงจังได้ ก็อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศ

เผยข้อมูลถูกนำไปปล่อยเช่า สะท้อนความเสี่ยงด้านอาชญากรรมไซเบอร์

นอกจากการเปิดเผยรายละเอียดของข้อมูลที่รั่วไหลแล้ว นายธนารัตน์ยังอ้างว่า พบการนำข้อมูลดังกล่าวไปเผยแพร่ในลักษณะปล่อยเช่าบนช่องทางออนไลน์ โดยมีการเรียกเก็บค่าบริการประมาณวันละ 350 บาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าข้อมูลส่วนบุคคลอาจถูกนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์โดยมิชอบ

อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวอ้างดังกล่าวยังเป็นข้อมูลที่มาจากการเปิดเผยของผู้เชี่ยวชาญ และยังไม่มีการชี้แจงอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องถึงสาเหตุของการรั่วไหลหรือขอบเขตความเสียหาย ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเรียกร้องให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลภาครัฐ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันซ้ำอีก

สภาผู้บริโภคยื่นนายกฯ ขอทูลเกล้าฯ ถอด นพ.สรณ พ้นประธาน กสทช.

สภาผู้บริโภคยื่นนายกฯ ขอทูลเกล้าฯ ถอดประธาน กสทช. ห่วงมติกระทบผู้บริโภค