กบน.ทำช็อค ขึ้นราคาน้ำมันแรง 6-8 บาท/ลิตร กระทบทั่วประเทศ

ผู้ใช้รถใช้ถนนทั่วประเทศเผชิญแรงกระแทกด้านค่าครองชีพ หลัง คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติปรับขึ้นราคาน้ำมันทุกประเภทในช่วงค่ำวันที่ 25 มีนาคม 2569 ส่งผลให้ราคาขายปลีกพุ่งขึ้นทันที 6-8 บาทต่อลิตร และมีผลตั้งแต่เวลา 05.00 น. วันที่ 26 มีนาคม สาเหตุหลักมาจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ดันราคาน้ำมันโลกสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจและการใช้จ่ายของประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ

ราคาน้ำมันพุ่งแรง รับผลกระทบวิกฤตตะวันออกกลาง

การปรับขึ้นราคาครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในการปรับตัวที่รวดเร็วและรุนแรง โดยราคาน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 6 บาทต่อลิตร ขณะที่ดีเซลพรีเมียมปรับขึ้นสูงสุดถึง 8 บาทต่อลิตร สะท้อนแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานในตลาดโลก

ราคาขายปลีกใหม่ส่งผลให้ แก๊สโซฮอล์ 95 ขยับขึ้นไปอยู่ที่ 41.05 บาทต่อลิตร และ ดีเซล อยู่ที่ 38.94 บาทต่อลิตร ซึ่งเป็นระดับราคาที่กระทบต่อภาคขนส่งและต้นทุนสินค้าโดยตรง นักวิเคราะห์มองว่าหากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังไม่คลี่คลาย ราคาน้ำมันมีแนวโน้มผันผวนต่อเนื่อง

ปั๊มน้ำมันทั่วประเทศคึกคัก บางแห่งน้ำมันหมด

หลังประกาศมีผลในช่วงกลางดึก ประชาชนจำนวนมากรีบเดินทางไปเติมน้ำมันก่อนราคาปรับขึ้น ส่งผลให้สถานีบริการน้ำมันหลายแห่งมีรถเข้าคิวจำนวนมาก บางพื้นที่เกิดภาวะน้ำมันขาดชั่วคราวจนต้องปิดให้บริการ

รายงานจากพื้นที่ระบุว่า ประชาชนบางส่วนยอมออกจากบ้านในช่วงกลางคืนเพื่อเติมน้ำมัน เนื่องจากส่วนต่างราคาที่เพิ่มขึ้นถึง 6 บาทต่อลิตร สามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ราว 200-300 บาทต่อการเติมเต็มถัง ซึ่งสะท้อนภาระค่าครองชีพที่ประชาชนต้องเผชิญ

เสียงสะท้อนประชาชน กังวลค่าครองชีพพุ่ง

ปฏิกิริยาจากประชาชนส่วนใหญ่แสดงความกังวลต่อผลกระทบในระยะยาว โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและผู้ประกอบอาชีพขนส่งที่ต้องแบกรับต้นทุนเพิ่มขึ้นทันที

ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานชี้ว่า การปรับขึ้นราคาน้ำมันไม่เพียงส่งผลต่อค่าเดินทาง แต่ยังส่งผลต่อราคาสินค้าและบริการในห่วงโซ่เศรษฐกิจทั้งหมด ซึ่งอาจนำไปสู่แรงกดดันด้านเงินเฟ้อในระยะถัดไป

จับตานโยบายรัฐ รับมือราคาพลังงานผันผวน

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดคำถามต่อบทบาทของภาครัฐในการบริหารจัดการราคาพลังงาน โดยเฉพาะการใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อพยุงราคาในช่วงวิกฤต

นักวิชาการเสนอว่า รัฐบาลควรมีมาตรการระยะสั้นเพื่อบรรเทาภาระประชาชน และวางแผนระยะยาวเพื่อลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้า

สภาคึกคัก สส.ซื้อข้าวกินเอง จ่อถกยกเลิกอาหารฟรี