“ประพันธ์ คูณมี” จี้นายกฯ เร่งจัดการสถานะ “หมอสรณ” หลังศาลปกครองไม่รับคำฟ้อง พร้อมเตือนปัญหาทางกฎหมาย

“ประพันธ์” จี้นายกฯ ปลด “หมอสรณ” พ้นเก้าอี้ กสทช.

นายประพันธ์ คูณมี อดีต สว. ออกมาเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเร่งดำเนินการกรณี นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. หลังศาลปกครองไม่รับคำฟ้องกรณีคัดค้านมติคณะกรรมการสรรหา กสทช. โดยมองว่าขณะนี้ความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีทิศทางชัดเจนว่า นพ.สรณ ขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่ง พร้อมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีดำเนินการตามกฎหมายโดยเร็ว และเตือนว่าการปล่อยให้เรื่องล่าช้าอาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมาย ขณะเดียวกันยังตั้งข้อสังเกตถึงการลาออกของที่ปรึกษาคนใกล้ชิดประธาน กสทช. และตั้งข้อสงสัยถึงแนวคิดยุบ กสทช. เพื่อจัดโครงสร้างใหม่

“ประพันธ์” ชี้ปมหมอสรณชัดเจน จี้นายกฯ เร่งตัดสินใจ

นายประพันธ์ คูณมี กล่าวถึงกรณีศาลปกครองไม่รับคำฟ้องของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ที่ยื่นคัดค้านมติคณะกรรมการสรรหา กสทช. ซึ่งมีมติพิจารณาคุณสมบัติและสถานะการดำรงตำแหน่งของ นพ.สรณ ว่า ขณะนี้ประเด็นดังกล่าวมีความชัดเจนมากขึ้นจากความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา คำวินิจฉัยของศาลปกครอง และมติของคณะกรรมการสรรหา

นายประพันธ์มองว่า ขั้นตอนต่อไปจึงอยู่ที่การดำเนินการของนายกรัฐมนตรี โดยอ้างว่ากฎหมายที่เกี่ยวข้องเปิดช่องให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับสถานะของประธาน กสทช. รวมถึงการดำเนินการเพื่อให้กรรมการ กสทช. ที่เหลืออยู่สามารถเลือกประธานคนใหม่ตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด

อย่างไรก็ตาม ประเด็นอำนาจและขั้นตอนทางกฎหมายในรายละเอียดเป็นเรื่องที่หน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ต้องพิจารณาให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี

“ประพันธ์ คูณมี” จี้นายกฯ เร่งจัดการสถานะ “หมอสรณ” หลังศาลปกครองไม่รับคำฟ้อง พร้อมเตือนปัญหาทางกฎหมาย
ประพันธ์ คูณมี จี้นายกฯ เร่งจัดการสถานะ หมอสรณ หลังศาลปกครองไม่รับคำฟ้อง พร้อมเตือนปัญหาทางกฎหมาย

เตือนนายกฯ อย่าดึงเวลา หวั่นเกิดปัญหาทางกฎหมาย

นายประพันธ์วิจารณ์ท่าทีของนายกรัฐมนตรีที่ระบุว่าจะดำเนินการตามกฎหมาย แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะดำเนินการเมื่อใด โดยเห็นว่าการชะลอการตัดสินใจอาจทำให้เกิดสุญญากาศเกี่ยวกับสถานะของประธาน กสทช. และส่งผลกระทบต่อการทำงานของคณะกรรมการที่เหลือ

อดีต สว. ยังตั้งข้อสังเกตว่า หากมีการปล่อยให้ปัญหายืดเยื้อและเกิดความเสียหายจากการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ที่ถูกตั้งข้อสงสัยเรื่องคุณสมบัติ ผู้มีอำนาจตัดสินใจอาจต้องรับผิดชอบทางกฎหมาย โดยนายประพันธ์ถึงขั้นเตือนว่านายกรัฐมนตรีอาจเผชิญปัญหาทางคดีได้ หากจงใจละเว้นการดำเนินการตามหน้าที่

นายประพันธ์ยังตั้งคำถามถึงการส่งประเด็นบางเรื่องไปหารือกับคณะกรรมการกฤษฎีกา รวมถึงการรอผลจากศาลปกครอง โดยเห็นว่าไม่ควรใช้เป็นเหตุผลในการชะลอกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับ กสทช. ขณะที่กรณีศาลปกครองไม่รับคำฟ้องของ นพ.สรณ ก็ยิ่งทำให้เกิดแรงกดดันให้นายกรัฐมนตรีต้องแสดงท่าทีต่อเรื่องนี้อย่างชัดเจน

ตั้งข้อสังเกตแผนยุบ กสทช. หลังคนใกล้ชิด “หมอสรณ” ลาออก

นายประพันธ์ยังกล่าวถึงกรณี พ.ต.อ.ประเวศน์ มูลประมุข เลขานุการประจำตัวประธาน กสทช. ซึ่งมีรายงานว่าได้ยื่นลาออก โดยมองว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ กสทช. กำลังเผชิญปัญหาด้านสถานะของประธานและความขัดแย้งภายในบอร์ด

ทั้งนี้ นายประพันธ์ตั้งข้อสังเกตว่า การลาออกอาจเกี่ยวข้องกับการหลีกเลี่ยงไม่ให้บุคคลดังกล่าวเข้าไปเกี่ยวข้องกับปัญหาที่เกิดขึ้น หรืออาจเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางทางการเมืองที่ใหญ่กว่านั้น โดยยกประเด็นความเป็นไปได้เรื่องการผลักดันพระราชกำหนดเพื่อยุบหรือปรับโครงสร้าง กสทช. และเปิดทางให้มีการสรรหากรรมการชุดใหม่

อย่างไรก็ตาม ข้อสังเกตดังกล่าวเป็นการประเมินของนายประพันธ์ และยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่ารัฐบาลมีแผนดำเนินการยุบ กสทช. ตามที่กล่าวอ้าง

“ประพันธ์” คัดค้านแนวคิดยุบ กสทช. ชี้เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ

นายประพันธ์มองว่า การยุบ กสทช. ไม่ใช่แนวทางที่สามารถดำเนินการได้โดยง่าย เนื่องจาก กสทช. เป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและมีกฎหมายเฉพาะกำกับการทำงาน

อดีต สว. ยังกล่าวถึงการประชุม กสทช. ที่ล่มติดต่อกัน โดยตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีความพยายามนำปัญหาการประชุมที่ไม่สามารถดำเนินการได้มาใช้เป็นเหตุผลในการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของบอร์ดทั้งคณะ ซึ่งนายประพันธ์มองว่าอาจนำไปสู่การรวบอำนาจในการสรรหากรรมการชุดใหม่

ประเด็นดังกล่าวยังเป็นเพียงข้อกล่าวอ้างและข้อสังเกตทางการเมืองของนายประพันธ์ จึงต้องรอท่าทีจากรัฐบาล รวมถึงข้อมูลและข้อเท็จจริงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนจะสามารถยืนยันได้ว่ามีการดำเนินการตามแนวทางดังกล่าวจริงหรือไม่

“ประพันธ์” เปรียบสถานะ “หมอสรณ” พร้อมตั้งคำถามเรื่องผลประโยชน์

นายประพันธ์ยังใช้ถ้อยคำรุนแรงในการวิจารณ์สถานะของ นพ.สรณ โดยเปรียบเทียบกับบุคคลที่ไม่มีสิทธิในตำแหน่งและกล่าวหาว่าขาดคุณสมบัติตั้งแต่ต้น จากประเด็นเกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งเดิมก่อนเข้ารับตำแหน่ง กสทช.

นอกจากนี้ยังเสนอว่า หากท้ายที่สุดมีคำสั่งหรือกระบวนการทางกฎหมายที่ทำให้ นพ.สรณ พ้นจากตำแหน่ง อาจต้องพิจารณาผลทางกฎหมายและการเงินที่เกี่ยวข้องกับค่าตอบแทนหรือผลประโยชน์ที่ได้รับระหว่างดำรงตำแหน่งด้วย อย่างไรก็ตาม ประเด็นการเรียกคืนเงินเดือน เบี้ยเลี้ยง ค่าเดินทาง หรือผลประโยชน์อื่นใด จะต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงและฐานกฎหมายที่ใช้บังคับ ไม่สามารถสรุปได้โดยอัตโนมัติ

นายประพันธ์ระบุว่า ทางออกที่ควรพิจารณาคือการให้นายกรัฐมนตรีดำเนินการตามอำนาจที่กฎหมายกำหนด และเปิดทางให้กรรมการ กสทช. ที่เหลืออยู่ดำเนินกระบวนการเลือกประธานคนใหม่ หากเข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความชัดเจนโดยเร็ว

ยิง อบจ.นนทบุรี “ฉลอง เรี่ยวแรง” ถูกควบคุมตัว หลังยิง “พ.ต.อ.ธงชัย” นายก อบจ.เสียชีวิต ตำรวจเร่งสอบมูลเหตุ

ยิงเดือด อบจ.นนทบุรี “ฉลอง เรี่ยวแรง” ยิงนายก อบจ. เสียชีวิต