วันที่ 14 สิงหาคม 2567 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 5 ต่อ 4 วินิจฉัยพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เหตุไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตอันเป็นที่ประจักษ์ รวมทั้งฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง
สำนักข่าวจากต่างประเทศ เช่น ไทม์ (TIME) รอยเตอร์ส (Reuters) และซีเอ็นเอ็น (CNN) ได้รายงานถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งทางประชาชาติธุรกิจ ได้รวบรวมแง่มุมทางด้านเศรษฐกิจจากสำนักข่าวดังกล่าวไว้ดังนี้
โดย ซีเอ็นเอ็น รายงานถึงการขึ้นเป็นนายกของ เศรษฐา ทวีสิน ว่าท่ามกลางฉากทัศน์การเมืองที่ปั่นป่วน พรรคเพื่อไทยฝ่าทางตันด้วยการร่วมมือกับพรรคทหารที่เป็นศัตรูกันอย่างยาวนาน
ไทม์รายงานเพิ่มเติมว่า การร่วมมือทำข้อตกลงกับฝั่งอนุรักษ์นิยม นอกจากจะช่วยให้เศรษฐาได้เป็นนายกแล้ว ยังทำให้ ทักษิณชิณวัตรสามารถเดินทางกลับไทยในรอบ 17 ปีได้
ซีเอ็นเอ็นมองว่า เมื่อเข้ารับตำแหน่งแล้ว เศรษฐาพยายามขับเคลื่อนนโยบายทางเศรษฐกิจอย่างหนัก อย่างไรก็ตามนโยบายแจกเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจกว่า 5 แสนล้านบาทกลับถูกคัดค้านและเตะถ่วงอยู่เรื่อย ๆ
รอยเตอร์ส ระบุว่าไทยมีหนี้ครัวเรือนสูงเสียดฟ้า มีการส่งออกและการบริโภคที่อ่อนแอ ที่สำคัญ นับจากต้นปีจนถึงปัจจุบัน ตลาดหุ้นไทยยังมีผลดำเนินการย่ำแย่สุดในภูมิภาคเอเชียอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ไทม์กล่าวว่า จากการแต่งตั้งทนายความที่เคยติดคุกให้เป็นรัฐมนตรี และมติของศาลรัฐธรรมนูญที่ตัดสินออกมา ทำให้เศรษฐาต้องปล่อยให้ประเทศ ซึ่งมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจต่ำกว่า 2% นานนับทศวรรษนี้ไว้
ซึ่งไทม์มองว่าต่อจากนี้ อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยจะมีความเสี่ยงจากภาวะสุญญากาศทางการเมือง และการลงทุนจากต่างประเทศจะถูกระงับไว้ก่อนจนกว่าจะมีความชัดเจนว่า ใครจะขึ้นมาเป็นนายกฯคนต่อไป
อ่านข่าวต้นฉบับ: มุมมองสื่อนอกต่อเศรษฐกิจไทย กรณีเศรษฐาพ้นนายกฯ