กระทรวงการคลังเตรียมปรับเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569

คลังเล็งปรับเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 แก้ปมรถโอนลอย คืนสิทธิ์ 1 ต.ค.

กระทรวงการคลัง เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาปรับหลักเกณฑ์ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 หลังพบประชาชนยื่นอุทธรณ์ผลการคัดกรองแล้วกว่า 2.9 ล้านราย โดยปัญหาสำคัญกว่า 40% เกี่ยวข้องกับการถือครองยานพาหนะ โดยเฉพาะกรณีรถโอนลอยและข้อมูลทะเบียนรถไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ขณะที่ภาครัฐยืนยันจะเร่งทบทวนเงื่อนไข ตรวจสอบข้อเท็จจริง และคืนสิทธิ์ให้ผู้ผ่านเกณฑ์ได้ทันก่อนเริ่มใช้สิทธิ์ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 พร้อมเดินหน้าสำรวจผู้ตกหล่นและแก้ปัญหาการแอบอ้างชื่อเสียภาษีเพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงผู้มีรายได้น้อยอย่างแท้จริง

คลังแจงเหตุอุทธรณ์พุ่ง ย้ำเกณฑ์ใหม่มุ่งช่วยผู้เปราะบาง

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ชี้แจงว่า การกำหนดหลักเกณฑ์ใหม่ของโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมีเป้าหมายเพื่อคัดกรองผู้ที่มีรายได้น้อยและอยู่ในภาวะเปราะบางให้ได้รับความช่วยเหลืออย่างตรงกลุ่มมากที่สุด โดยอาศัยข้อมูลความยากจนและข้อเท็จจริงที่สะท้อนสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน

ปัจจุบันมีประชาชนยื่นอุทธรณ์ผลการพิจารณาสิทธิ์แล้วประมาณ 2.9 ล้านราย ซึ่งสะท้อนว่ามีผู้ได้รับผลกระทบจากหลักเกณฑ์ใหม่จำนวนมาก กระทรวงการคลังจึงเตรียมนำข้ออุทธรณ์ทั้งหมดเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก่อนเสนอให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบมาตรการปรับปรุงหลักเกณฑ์ต่อไป

ปัญหารถโอนลอยเป็นเหตุหลัก เตรียมปรับเงื่อนไขพิจารณาสิทธิ์

ข้อมูลของกระทรวงการคลังระบุว่า กว่า 40% ของผู้ยื่นอุทธรณ์มีปัญหาเกี่ยวกับการถือครองรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ โดยเฉพาะกรณี “โอนลอย” ซึ่งเป็นการส่งมอบรถให้ผู้ซื้อ แต่ยังไม่ได้ดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์อย่างสมบูรณ์ ทำให้ชื่อเจ้าของเดิมยังคงปรากฏอยู่ในฐานข้อมูลทะเบียนรถ

นอกจากนี้ ยังพบกรณีรถที่เลิกใช้งานแล้วแต่ไม่ได้แจ้งถอนสภาพ หรือยังมีชื่ออยู่ในระบบทะเบียน ส่งผลให้ข้อมูลภาครัฐไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง และกระทบต่อการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ขอรับสิทธิ์ กระทรวงการคลังจึงเตรียมเปิดทางให้ใช้หลักฐานการโอนลอยและข้อมูลประกอบอื่นในการตรวจสอบ เพื่อให้การพิจารณาเป็นธรรมมากขึ้น

เปิดรับทบทวนเกณฑ์ด้านการศึกษา พร้อมคืนสิทธิ์ทัน 1 ตุลาคม

นอกจากประเด็นเรื่องยานพาหนะแล้ว กระทรวงการคลังยังเปิดรับข้อเสนอเกี่ยวกับเงื่อนไขด้านการศึกษา ซึ่งเป็นอีกประเด็นที่ประชาชนร้องเรียนเข้ามา โดยจะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเพื่อประกอบการพิจารณาปรับหลักเกณฑ์ให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริง

เป้าหมายสำคัญคือการดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ซึ่งเป็นวันเริ่มใช้สิทธิ์ของโครงการ เพื่อให้ประชาชนที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ได้รับสิทธิ์โดยไม่ล่าช้า และลดผลกระทบจากข้อจำกัดของระบบข้อมูลเดิม

เร่งช่วยกลุ่มตกหล่น ยืนยันตัวตนอีกกว่า 8.4 แสนราย

รัฐบาลยังเดินหน้าลงทะเบียนเชิงรุกเพื่อค้นหาผู้มีสิทธิ์ที่ยังไม่ได้เข้าสู่ระบบ โดยพบประชาชนที่ไม่เคยลงทะเบียนและไม่เคยได้รับสิทธิ์มาก่อนประมาณ 230,000 ราย ซึ่งจะได้รับการประสานให้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาสิทธิ์

ขณะเดียวกัน ยังมีประชาชนอีกประมาณ 840,000 รายที่ต้องเร่งยืนยันตัวตน โดยกรมการปกครองจะลงพื้นที่อำนวยความสะดวก เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้มีคุณสมบัติได้รับผลกระทบจากขั้นตอนทางทะเบียนหรือการยืนยันข้อมูล

คลังตรวจสอบปมแอบอ้างชื่อเสียภาษี พร้อมขยายมาตรการช่วยเหลือ

อีกหนึ่งประเด็นที่ได้รับการร้องเรียนคือกรณีประชาชนมีข้อมูลรายได้จากการหักภาษี ณ ที่จ่าย ทั้งที่ไม่เคยทำงานหรือได้รับค่าจ้างจริง กระทรวงการคลังระบุว่า มีความเป็นไปได้ที่ชื่อของประชาชนถูกนำไปใช้เป็นลูกจ้างโดยไม่ได้รับความยินยอม เพื่อหลีกเลี่ยงภาระภาษีของผู้ประกอบการ

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี พร้อมคืนสิทธิ์ให้ผู้ได้รับผลกระทบโดยเร็ว หากพบว่าไม่มีรายได้ตามข้อมูลที่ปรากฏในระบบภาษี

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีขยายโครงการ ไทยช่วยไทย 60/40 เปิดโอกาสให้ประชาชนที่ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไม่ผ่าน สามารถเข้าร่วมโครงการได้เพิ่มอีก 2 เดือน เบื้องต้นคาดว่าจะมีผู้ได้รับประโยชน์ราว 6 ล้านคน โดยใช้งบประมาณในส่วนที่เตรียมไว้สำหรับโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อให้การช่วยเหลือครอบคลุมผู้ได้รับผลกระทบมากขึ้น

บอร์ดสรรหา กสทช. มีมติเอกฉันท์ชี้ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ มีลักษณะต้องห้าม

มติเอกฉันท์บอร์ดสรรหา กสทช. ชี้ “นพ.สรณ” มีลักษณะต้องห้าม

ทรัมป์ประกาศตอบโต้อิหร่านเป็นทวีคูณ หลังทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตเพิ่ม

ทรัมป์ลั่นตอบโต้อิหร่านทวีคูณ หลังทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตเพิ่ม