สภาผู้บริโภคยื่นนายกฯ ขอทูลเกล้าฯ ถอด นพ.สรณ พ้นประธาน กสทช.

สภาผู้บริโภคยื่นนายกฯ ขอทูลเกล้าฯ ถอดประธาน กสทช. ห่วงมติกระทบผู้บริโภค

สภาองค์กรของผู้บริโภค ยื่นหนังสือถึง นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ขอให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อมีพระบรมราชโองการให้ ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ พ้นจากตำแหน่งประธานและกรรมการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) พร้อมขอให้ระงับการปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว หลังคณะกรรมการสรรหามีมติเอกฉันท์ว่ามีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย โดยสภาผู้บริโภคกังวลว่าการปฏิบัติหน้าที่ต่อไปอาจกระทบต่อความชอบด้วยกฎหมายของมติและคำสั่งต่าง ๆ รวมถึงการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม

สภาผู้บริโภคยื่นหนังสือถึงนายกฯ ขอดำเนินการตามกฎหมาย

ภายหลังคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. มีมติเป็นเอกฉันท์เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ว่า ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย และให้ถือว่าเป็นผู้สละสิทธิ์รวมถึงไม่เคยได้รับเลือกเป็นกรรมการ กสทช. มาตั้งแต่ต้น สภาองค์กรของผู้บริโภค จึงยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อขอให้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด

หนังสือดังกล่าวขอให้นายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลเพื่อมีพระบรมราชโองการให้ นพ.สรณ พ้นจากตำแหน่งประธานและกรรมการ กสทช. ตามมาตรา 20 วรรคสอง ของพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พร้อมทั้งขอให้มีคำสั่งระงับการปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงการเบิกจ่ายเงินเดือน ค่าตอบแทน และงบประมาณที่เกี่ยวข้องไว้เป็นการชั่วคราว จนกว่ากระบวนการตามกฎหมายจะแล้วเสร็จ

สภาผู้บริโภคยื่นนายกฯ ขอทูลเกล้าฯ ถอด นพ.สรณ พ้นประธาน กสทช.
สภาผู้บริโภคยื่นนายกฯ ขอทูลเกล้าฯ ถอด นพสรณ พ้นประธาน กสทช หวั่นกระทบความชอบด้วยกฎหมายและการคุ้มครองผู้บริโภค

ห่วงมติ กสทช. เสี่ยงถูกตั้งคำถามด้านกฎหมาย

นายบุญยืน ศิริธรรม ประธานสภาองค์กรของผู้บริโภค กล่าวว่า ตลอดกว่า 5 ปีที่ผ่านมา ผู้บริโภคเผชิญปัญหาหลายด้านในกิจการโทรคมนาคม ทั้งการควบรวมกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ การควบรวมผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต คุณภาพสัญญาณ และการแข่งขันที่ลดลง ซึ่งสภาผู้บริโภคได้ติดตามและเรียกร้องให้ กสทช. ใช้อำนาจตามกฎหมายเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคมาโดยตลอด

อย่างไรก็ตาม สภาผู้บริโภคเห็นว่าการกำกับดูแลที่ผ่านมา ยังไม่เพียงพอ ทั้งในด้านมาตรการควบคุมผู้มีอำนาจเหนือตลาด การเยียวยาผู้บริโภค และการคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ พร้อมระบุว่า เมื่อตามกฎหมายคณะกรรมการสรรหามีอำนาจวินิจฉัยและมีมติว่าประธาน กสทช. ขาดคุณสมบัติแล้ว นายกรัฐมนตรีควรเร่งดำเนินการตามขั้นตอน เพื่อไม่ให้กระทบต่อการบริหารงานขององค์กรและความเชื่อมั่นของประชาชน

นักกฎหมายชี้ควรยุติการปฏิบัติหน้าที่ ลดความเสี่ยงข้อพิพาท

ดร.วศิน พิพัฒนฉัตร ทนายความของสภาองค์กรของผู้บริโภค กล่าวว่า ประเด็นสำคัญในขณะนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องคุณสมบัติของประธาน กสทช. แต่ยังรวมถึงผลทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้อำนาจของผู้ดำรงตำแหน่ง หากยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปภายหลังมีคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา

ดร.วศิน ระบุว่า หากยังมีการเข้าร่วมประชุมหรือมีส่วนร่วมในการออกมติ อาจทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมายของคำสั่งหรือมติที่ออกในช่วงเวลาดังกล่าว ขณะที่การยุติการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวจะช่วยลดข้อโต้แย้งทางกฎหมาย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับทั้งเจ้าหน้าที่และประชาชนที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้คำสั่งของ กสทช.

นอกจากนี้ ยังอธิบายว่าตามบทบัญญัติของพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ หากผู้ได้รับการคัดเลือกมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย ผลของการขาดคุณสมบัติอาจมีผลย้อนหลังไปถึงวันที่เกิดเหตุแห่งการขาดคุณสมบัติ ไม่ใช่เริ่มนับจากวันที่คณะกรรมการสรรหามีมติ จึงอาจส่งผลต่อการตีความสถานะของมติหรือคำสั่งที่ออกในช่วงเวลาดังกล่าว

สภาผู้บริโภคเร่งสรรหาประธาน กสทช. คนใหม่

สภาองค์กรของผู้บริโภค ระบุว่า ยังมีภารกิจสำคัญหลายด้านที่ กสทช. ต้องเร่งดำเนินการ ทั้งการกำกับดูแลภายหลังการควบรวมกิจการโทรคมนาคม การประกาศผู้มีอำนาจเหนือตลาด มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต รวมถึงการกำกับดูแลกิจการโทรทัศน์ดิจิทัล ซึ่งล้วนส่งผลโดยตรงต่อผู้บริโภค

สภาผู้บริโภคเห็นว่า หากสถานะของประธาน กสทช. ยังไม่มีความชัดเจน อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นในการกำกับดูแลขององค์กรและการคุ้มครองสิทธิของประชาชน พร้อมเปิดเผยว่า ในวันที่ 5 สิงหาคม 2569 นางสุภิญญา กลางณรงค์ ประธานอนุกรรมการด้านสื่อสาร โทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ ของสภาผู้บริโภค จะยื่นจดหมายเปิดผนึกต่อสำนักงาน กสทช. เพื่อเรียกร้องให้ นพ.สรณ ยุติการปฏิบัติหน้าที่ และเร่งกระบวนการสรรหาประธาน กสทช. คนใหม่โดยเร็ว

ภาวุธ ปฏิเสธทุกข้อหาคดี Forex ยืนยันชี้แจงเส้นทางเงิน 28 ล้านบาทได้

ภาวุธปฏิเสธทุกข้อหาคดี Forex ยืนยันชี้แจงเส้นทางเงิน 28 ล้านบาทได้