เรวัช กลิ่นเกษร เตรียมขึ้นหัวหน้าพรรครักเมืองไทย

เรวัชลุยการเมือง เตรียมนั่งหัวหน้าพรรครักเมืองไทย ชูปราบยา-โกง

พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร อดีตผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยความคืบหน้าการเข้าสู่สนามการเมืองผ่านช่อง YouTube “โจ เรวัช กลิ่นเกษร” เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 โดยเตรียมรับตำแหน่งหัวหน้าพรรครักเมืองไทย หลังเดินหน้าปรับโครงสร้างจากพรรคเดิม พร้อมประกาศแนวทางเป็นพรรคของประชาชน ไม่มีนายทุนหรือผู้มีอำนาจอยู่เบื้องหลัง และเตรียมผลักดันนโยบายปราบปรามยาเสพติดและการทุจริตอย่างจริงจัง ควบคู่การเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีบทบาททางการเมือง

ที่มาชื่อพรรครักเมืองไทยจากกลุ่มแฟนคลับ

พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร กล่าวว่า ชื่อ “พรรครักเมืองไทย” เกิดจากกลุ่มแฟนคลับที่ร่วมกันเสนอชื่อและเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ก่อนที่เจ้าตัวจะเลือกชื่อนี้เป็นแนวทางในการเข้าสู่สนามการเมือง

ก่อนหน้านี้มีผู้ใหญ่ที่เคารพเสนอให้รับช่วงพรรคการเมืองที่มีอยู่แล้ว แต่ พล.ต.ท.เรวัช ปฏิเสธ เนื่องจากต้องการเริ่มต้นและจัดแนวทางการทำงานด้วยตัวเอง ก่อนจะได้รับการเสนอจาก “กำนันบัญชา” รุ่นน้องชาวอำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเป็นบ้านเกิดเดียวกัน ให้รับช่วงพรรคท้องที่ไทยโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

เรวัช กลิ่นเกษร เตรียมขึ้นหัวหน้าพรรครักเมืองไทย
เรวัช กลิ่นเกษร เตรียมขึ้นหัวหน้าพรรครักเมืองไทย ชูนโยบายปราบยาเสพติด ทุจริต พร้อมดึงคนรุ่นใหม่ร่วมงานการเมือง

เตรียมเปลี่ยนชื่อพรรคและจัดทัพใหม่

ตามแนวทางที่วางไว้ พล.ต.ท.เรวัช จะเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าพรรค ขณะที่กำนันบัญชาจะถอยไปทำหน้าที่รองหัวหน้าพรรค และเปิดทางให้มีการปรับเปลี่ยนคณะกรรมการบริหารพรรคใหม่ทั้งหมด เดิมเจ้าตัวตั้งใจรับเพียงตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์ แต่เมื่อเลือกเข้าสู่การเมืองเต็มตัว จึงตัดสินใจนำทัพหาเสียงด้วยตัวเอง

พล.ต.ท.เรวัช ระบุว่า ได้ประสานเพื่อจองชื่อ “พรรครักเมืองไทย” กับสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. แล้ว และอยู่ระหว่างเตรียมดำเนินการเปลี่ยนชื่อพรรค รวมถึงจัดประชุมใหญ่เพื่อเปลี่ยนหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหาร โดยพรรคเดิมมีสมาชิกประมาณ 13,000 คน และมีสาขาพรรค 5 สาขา

ประกาศเป็นพรรคประชาชน ไร้นายทุนหนุนหลัง

สำหรับจุดยืนทางการเมือง พล.ต.ท.เรวัช ย้ำว่าต้องการให้พรรครักเมืองไทยเป็น “พรรคของชาวบ้าน” ไม่มีนายทุนและไม่มีผู้มีอำนาจอยู่เบื้องหลัง โดยค่าใช้จ่ายในการทำป้ายหาเสียงและการเดินทางจะอาศัยการสนับสนุนจากพวกพ้องและกลุ่มแฟนคลับ

แนวทางดังกล่าวสะท้อนความพยายามสร้างพรรคที่พึ่งพาฐานสนับสนุนจากประชาชนเป็นหลัก ขณะเดียวกันการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองยังต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองและการเลือกตั้ง

เปิดทางคนรุ่นใหม่ร่วมงานการเมือง

ในส่วนของการจัดทีม พล.ต.ท.เรวัช เตรียมเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีบทบาท ทั้งในคณะกรรมการบริหารพรรคและการพิจารณาผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ โดยให้ความสำคัญกับคนอายุราว 25-26 ปี เพื่อเข้ามาเสนอแนวคิดและทำงานการเมือง

ขณะเดียวกัน พรรคยังต้องการผสมผสานคนรุ่นใหม่เข้ากับบุคลากรรุ่นเก่าที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ โดยเปรียบเทียบว่าคนรุ่นเก่าจะทำหน้าที่คล้าย “กัปตันเรือ” ช่วยประคับประคองและถ่ายทอดประสบการณ์ให้คนรุ่นใหม่

ชูปราบยาเสพติด ควบคู่บำบัดผู้เสพ

นโยบายสำคัญที่ พล.ต.ท.เรวัช ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ คือการแก้ปัญหายาเสพติด โดยเสนอให้เดินหน้าปราบปรามอย่างจริงจัง พร้อมนำผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาอย่างเป็นระบบ เพื่อช่วยลดปัญหาการกลับไปใช้ยาเสพติดซ้ำ

เจ้าตัวประเมินว่าผู้เสพยาเสพติดมีจำนวนประมาณ 2-3 ล้านคน และเห็นว่าการแก้ปัญหาควรดำเนินควบคู่กันทั้งด้านการปราบปรามผู้กระทำผิดและการฟื้นฟูผู้เสพ โดยย้ำว่านโยบายหลักของพรรคจะเน้นเรื่อง “ปราบปรามการทุจริตและปราบปรามยาเสพติด”

ย้ำปราบทุจริต ยึดกฎหมายและหลักฐาน

อีกหนึ่งประเด็นที่ พล.ต.ท.เรวัช ประกาศเป็นนโยบายหลักคือการต่อต้านการทุจริต โดยระบุว่าจะยึดหลักความซื่อสัตย์สุจริต และพิจารณาความถูกผิดจากกฎหมายและพยานหลักฐานเป็นสำคัญ

พร้อมยืนยันว่าจะไม่ช่วยเหลือพรรคพวกหรือเพื่อนฝูง หากพบว่ากระทำความผิด แนวทางดังกล่าวถูกวางให้เป็นหนึ่งในหลักการสำคัญของพรรคในการสร้างความน่าเชื่อถือและกำหนดมาตรฐานการทำงานทางการเมือง

เสนอปกป้องสิทธิคนครอบครองปืนถูกกฎหมาย

นอกจากยาเสพติดและการทุจริตแล้ว พล.ต.ท.เรวัช ยังแสดงจุดยืนเกี่ยวกับสิทธิของประชาชนที่ครอบครองอาวุธปืนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยไม่เห็นด้วยกับแนวคิดริบอาวุธปืนหรือจำกัดสิทธิของผู้ที่ปฏิบัติตามกฎหมาย

พล.ต.ท.เรวัช ให้เหตุผลว่า หากรัฐยังไม่สามารถคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนจากอาชญากรรมได้อย่างทั่วถึง ประชาชนควรมีสิทธิครอบครองอาวุธเพื่อป้องกันตัวเอง ภายใต้กรอบของกฎหมาย

ยืนยันเดินหน้าการเมือง หวังแก้ปัญหาซื้อเสียง

ช่วงท้าย พล.ต.ท.เรวัช เปิดเผยถึงเหตุผลในการตัดสินใจเข้าสู่การเมืองว่า แม้เพื่อนสนิทและคนรอบข้างบางส่วนมองว่าอาจไม่ประสบความสำเร็จ แต่ยังยืนยันเดินหน้าต่อ เพราะต้องการเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาประเทศ โดยเฉพาะปัญหาการซื้อเสียง

อดีต ผบช.ปปส. ยังเปิดให้ตรวจสอบประวัติการรับราชการตำรวจ โดยระบุว่าตลอดเส้นทางการทำงานที่ผ่านมาไม่เคยถูก ป.ป.ช. สอบสวน หรือถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง

น้ำท่วมเนปาลดับแล้วกว่า 1,200 ศพ กู้ภัยเร่งค้นคนงานราว 900 คนในอุโมงค์

เนปาลดับทะลุ 1,200 ศพ กู้ภัยลุยค้นผู้สูญหายในอุโมงค์

โรมชี้ปมโกงสอบท้องถิ่น 5,925 ราย อาจทำเป็นระบบ

รังสิมันต์ โรม ชี้โกงสอบท้องถิ่น 5,925 ราย อาจเป็นขบวนการเป็นระบบ