ทนายขวัญไชยแจ้งความ 3 ผู้บริหาร กสทช. กล่าวหาผิด ม.157

ทนายขวัญไชยแจ้งความ ม.157 เอาผิด 3 ผู้บริหาร กสทช.

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 เวลา 09.30 น. นายขวัญไชย ปัจจายา นักกฎหมาย เดินทางเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อขอให้ดำเนินคดีอาญากับผู้บริหารระดับสูงของ สำนักงาน กสทช. 3 ราย ได้แก่ ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช., นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการและรักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. และ นางสาวอรดา เทพยายน ผู้ช่วยเลขาธิการ กสทช. โดยกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 จากกรณีข้อพิพาทเกี่ยวกับสถานะของประธาน กสทช.

ทนายขวัญไชยร้องกองปราบฯ สอบ 3 ผู้บริหาร กสทช.

นายขวัญไชยระบุว่า การร้องทุกข์ครั้งนี้สืบเนื่องจากคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ซึ่งมีมติเป็นเอกฉันท์เกี่ยวกับคุณสมบัติของ นพ.สรณ โดยเห็นว่ามีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 (2) แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553

ตามข้อกล่าวอ้างของผู้ร้อง ผลของคำวินิจฉัยดังกล่าวนำไปสู่ประเด็นว่า นพ.สรณ ต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะกรรมการและประธาน กสทช. อย่างไรก็ตาม สถานะและอำนาจในการปฏิบัติหน้าที่ของ นพ.สรณ ยังเป็นประเด็นที่มีข้อโต้แย้งทางกฎหมาย

นายขวัญไชยจึงขอให้พนักงานสอบสวนตรวจสอบพฤติการณ์ของผู้เกี่ยวข้องทั้ง 3 รายว่าเข้าข่ายความผิดตามที่กล่าวหาหรือไม่ โดยยืนยันว่าการร้องทุกข์ครั้งนี้มีเอกสารและหลักฐานประกอบการพิจารณา

ปมคำวินิจฉัยคณะกรรมการสรรหา กับสถานะ “นพ.สรณ”

ประเด็นสำคัญของเรื่องอยู่ที่คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ซึ่งนายขวัญไชยระบุว่า มีผลให้ นพ.สรณ ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย และถือเป็นการสละสิทธิ์เข้ารับตำแหน่งตามข้อกล่าวอ้างของผู้ร้อง

อย่างไรก็ตาม ฝ่าย นพ.สรณ ยังคงยืนยันแนวทางการปฏิบัติหน้าที่ โดยอ้างว่าการพ้นจากตำแหน่งต้องเป็นไปตามกระบวนการที่เกี่ยวข้อง และยังไม่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากตำแหน่ง จึงยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

ความเห็นที่แตกต่างกันดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อการประชุม กสทช. ในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากกรรมการบางส่วนแสดงความกังวลต่อผลทางกฎหมายของการเข้าร่วมประชุมและการลงมติภายใต้สถานะของประธานที่ยังมีข้อพิพาท

ประธาน กสทช. - เลขาธิการ กสทช.
ประธาน กสทช เลขาธิการ กสทช

กล่าวหา “ไตรรัตน์-อรดา” ละเว้นหน้าที่จัดประชุม กสทช.

สำหรับ นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล และ นางสาวอรดา เทพยายน นายขวัญไชยกล่าวหาว่าอาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 83 และมาตรา 91 โดยอ้างว่าบุคคลทั้งสองมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการจัดระเบียบและดำเนินการประชุม กสทช. ให้เป็นไปตามกฎหมาย

ผู้ร้องกล่าวหาว่า ทั้งสองไม่ได้ดำเนินการยับยั้งหรือจัดให้มีการดำเนินการเกี่ยวกับตำแหน่งรักษาการประธาน กสทช. แทน ขณะเดียวกันยังมีการออกหนังสือยืนยันการประชุมเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569

นอกจากนี้ นายขวัญไชยยังนำประเด็นการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนของผู้เกี่ยวข้องมาประกอบการร้องทุกข์ โดยเห็นว่ามีเนื้อหาที่อาจเกี่ยวข้องกับข้อพิพาทเรื่องอำนาจและสถานะในการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาทั้งหมดจะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบของพนักงานสอบสวนและหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมต่อไป

กล่าวหา “นพ.สรณ” ฝ่าฝืนสถานะ-เข้าข่ายมาตรา 145

ในส่วนของ นพ.สรณ นายขวัญไชยกล่าวหาว่า แม้คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาจะมีผลต่อสถานะตามที่ผู้ร้องตีความ แต่ยังมีการเข้าปฏิบัติหน้าที่ประธาน กสทช. ในการประชุมระหว่างวันที่ 5-6 สิงหาคม 2569

ผู้ร้องอ้างว่า การดำเนินการดังกล่าวทำให้กรรมการ กสทช. บางส่วนตัดสินใจไม่เข้าร่วมประชุมหรือเดินออกจากห้องประชุม เนื่องจากกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงทางกฎหมาย พร้อมกล่าวหาว่าอาจเข้าข่ายการสนับสนุนเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 รวมถึงอาจมีประเด็นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 145 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการแสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน

อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นข้อกล่าวอ้างของผู้ร้องทุกข์ ยังไม่ได้หมายความว่าผู้ถูกกล่าวหามีความผิดตามกฎหมาย การจะเข้าข่ายความผิดหรือไม่ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และกระบวนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

ยื่นเอกสารหลักฐาน ขอเร่งตรวจสอบผลกระทบต่อ กสทช.

นายขวัญไชยได้นำเอกสารประกอบการร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ได้แก่ คำวินิจฉัยคณะกรรมการสรรหาฯ ที่ 1/2569 หนังสือสำนักงาน กสทช. ด่วนที่สุด ที่ สทช 2001/2343 รวมถึงภาพอินโฟกราฟิกเกี่ยวกับการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนของผู้เกี่ยวข้อง

ผู้ร้องขอให้กองบังคับการปราบปรามเร่งตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย โดยระบุว่าเหตุการณ์ที่เป็นประเด็นเกิดขึ้นภายในสำนักงาน กสทช. แขวงพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร และมีความต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม ถึง 6 สิงหาคม 2569

ประเด็นดังกล่าวถูกจับตาเนื่องจากเกี่ยวข้องกับการทำงานขององค์กรกำกับดูแลกิจการกระจายเสียง โทรทัศน์ และโทรคมนาคม ซึ่งมีภารกิจเกี่ยวข้องกับประโยชน์สาธารณะ โดยหลังจากนี้ต้องติดตามว่าพนักงานสอบสวนจะรับคำร้องไว้ดำเนินการอย่างไร รวมถึงการรวบรวมพยานหลักฐานและการพิจารณาข้อกล่าวหาตามขั้นตอนกฎหมาย

จับตา 3 กสทช. ต่อพงศ์-ณัฐธร-สมภพ หลังประชุมล่ม 3 นัด ปมสถานะ นพ.สรณ

จับตา 3 กสทช. ตัวแปรสำคัญ หลังประชุมล่ม 3 นัด

อนุทินลงนามทูลเกล้าฯ ขอโปรดเกล้าฯ ให้ นพ.สรณ พ้นประธาน กสทช.

อนุทินลงนามทูลเกล้าฯ ขอโปรดเกล้าฯ ปลด นพ.สรณ พ้นประธาน กสทช.