เหตุอุทกภัยครั้งใหญ่บริเวณชายแดนเนปาล-ทิเบตส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 682 ศพ และสูญหายเกือบ 3,000 คน หลังธารน้ำแข็งถล่มลงสู่แม่น้ำบนเทือกเขาหิมาลัย ก่อนมวลน้ำ โคลน และซากปรักหักพังมหาศาลไหลทะลักลงพื้นที่ด้านล่างอย่างรวดเร็วเมื่อหลายวันก่อน เจ้าหน้าที่กู้ภัยของเนปาลและจีนยังคงเร่งค้นหาผู้สูญหาย ขณะที่มีการประเมินว่าประชาชนได้รับผลกระทบราว 93,000 คน และความเสียหายทางเศรษฐกิจอาจสูงถึงหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ยอดผู้เสียชีวิตพุ่ง 682 ศพ สูญหายเกือบ 3,000 คน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่กู้ภัยในเนปาลและจีนยังคงปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหาย หลังเกิดมวลน้ำและซากปรักหักพังขนาดใหญ่พัดถล่มพื้นที่ตามแนวชายแดน และทำให้หลายหมู่บ้านได้รับความเสียหายอย่างหนัก
ทางการเนปาลยืนยันพบผู้เสียชีวิตแล้ว 675 ศพ ขณะที่มีผู้สูญหายมากกว่า 2,426 คน ในจำนวนนี้รวมคนงานโรงไฟฟ้าพลังน้ำ 933 คน และชาวต่างชาติอีก 517 คน สถานการณ์ดังกล่าวทำให้การค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยยังคงเป็นภารกิจเร่งด่วนของเจ้าหน้าที่
ขณะที่สื่อจีนรายงานว่า ฝั่งทิเบตพบผู้เสียชีวิตแล้ว 7 ศพ และมีผู้สูญหายอีก 554 คน ทางการได้เร่งอพยพนักท่องเที่ยวและประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงแล้วมากกว่า 1,000 คน เพื่อป้องกันการสูญเสียเพิ่มเติมจากสถานการณ์น้ำท่วมและดินโคลนถล่ม
ส่วนทางการอินเดียระบุว่า พบศพผู้เสียชีวิต 7 รายลอยมาตามแม่น้ำซึ่งเชื่อมต่อมาจากประเทศเนปาล สะท้อนให้เห็นถึงขอบเขตของภัยพิบัติที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มน้ำในหลายประเทศ
ธารน้ำแข็งถล่ม ต้นเหตุคลื่นน้ำมหาศาลซัดพื้นที่
สำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐฯ หรือ USGS ระบุว่า สาเหตุสำคัญของมหาอุทกภัยครั้งนี้มาจากธารน้ำแข็งถล่มลงสู่แม่น้ำบนภูเขาบริเวณชายแดนทิเบต-เนปาล ทำให้ซากปรักหักพัง โคลน และมวลน้ำจำนวนมหาศาลไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่างอย่างรวดเร็ว
ลักษณะของกระแสน้ำมีความรุนแรงคล้ายคลื่นสึนามิ ส่งผลให้พื้นที่ชุมชนและหมู่บ้านหลายแห่งได้รับผลกระทบในเวลาอันรวดเร็ว ขณะเดียวกัน เหตุดังกล่าวยังทำให้เกิดทะเลสาบแห่งใหม่บนพื้นที่ภูเขา ซึ่งกลายเป็นความเสี่ยงเพิ่มเติมต่อพื้นที่ด้านล่าง
เจ้าหน้าที่ต้องเฝ้าระวังความเป็นไปได้ที่คันดินซึ่งกั้นน้ำจากทะเลสาบแห่งใหม่นี้อาจพังลง หากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว มวลน้ำจำนวนมากอาจไหลทะลักลงมาและทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันระลอกใหม่

เร่งช่วยคนงานติดอุโมงค์ หวั่นน้ำท่วมซ้ำ
ภารกิจกู้ภัยในเนปาลยังเต็มไปด้วยอุปสรรคจากโคลนและสภาพพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง โดยเจ้าหน้าที่พยายามเจาะอุโมงค์เพื่อช่วยเหลือคนงานประมาณ 100 คนที่ติดอยู่ภายในอุโมงค์ของโครงการโรงไฟฟ้า “ตรีศูลี 3เอ” หรือ Trishuli 3A
ปฏิบัติการดังกล่าวได้รับความช่วยเหลือจากทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการกู้ภัยบนพื้นที่สูงและทีมกู้ภัยในอุโมงค์จากอินเดีย ซึ่งเข้ามาสนับสนุนการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย ท่ามกลางความยากลำบากจากสภาพภูมิประเทศและเศษโคลนจำนวนมาก
ด้านจีนจำเป็นต้องระงับภารกิจกู้ภัยในพื้นที่เขตจี๋หรง หรือ Gyirong เป็นการชั่วคราว หลังพื้นที่ดังกล่าวได้รับผลกระทบอย่างหนักจากน้ำท่วม และเจ้าหน้าที่ประเมินว่ายังมีความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลันซ้ำอีก
ประเมินกระทบ 93,000 คน ความเสียหายอาจแตะพันล้านดอลลาร์
สภากาชาดเนปาลประเมินว่า อุทกภัยครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อประชาชนสูงถึงประมาณ 93,000 คน ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเร่งประเมินความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน และโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ประสบภัย
นายชิซีร์ คานัล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของเนปาล ระบุว่า ความเสียหายจากภัยพิบัติครั้งนี้อาจมีมูลค่าสูงถึงหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมร้องขอความช่วยเหลือจากนานาชาติ โดยเฉพาะอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย
ขณะเดียวกัน ปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายยังดำเนินต่อไป ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงจากมวลน้ำและโคลนที่อาจไหลลงมาเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่ในเนปาลและจีนจึงต้องเดินหน้าช่วยเหลือประชาชนควบคู่กับการประเมินความปลอดภัยของพื้นที่อย่างใกล้ชิด

