รัสเซียรัวมิสไซล์ถล่มเมืองคาร์คีฟ เอาคืนยูเครนส่งโดรน 158 ลำ โจมตี 15 แคว้น ประชาชนบาดเจ็บอย่างน้อย 47 ราย
วันที่ 2 กันยายน 2567 มติชนรายงานว่าเจ้าหน้าที่ทางการยูเครนเปิดเผยว่ามีประชาชนอย่างน้อย 47 ราย ที่รวมถึงเด็ก 5 คน ได้รับบาดเจ็บหลังจากรัสเซียยิงขีปนาวุธอย่างน้อย 10 ลูก โจมตีเมืองคาร์คีฟ ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา โดยขีปนาวุธดังกล่าวโจมตีลงห้างสรรพสินค้าและสถานที่ออกกำลังกายในเมืองดังกล่าวได้รับความเสียหายหนัก
ซึ่งนายโอเลห์ ซินีฮูบอฟ ผู้ว่าการแคว้นคาร์คีฟ กล่าวหาว่า การโจมตีของรัสเซียนั้นมุ่งเป้าทำลายโครงสร้างพื้นฐานทางพลเรือนของยูเครน
หลังเกิดเหตุโจมตีเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครกู้ภัยยูเครนต่างระดมกำลังกันเข้าช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับบาดเจ็บขึ้นรถพยาบาลส่งไปรักษาตัว ท่ามกลางซากอาคารหลายแห่งที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ขณะที่ประชาชนชนจำนวนมากพากันหนีตายเข้าไปหลบอยู่ในสถานีรถไฟใต้ดินเพื่อความปลอดภัย
ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน ออกมาเรียกร้องอีกครั้งหลังเหตุโจมตีดังกล่าว ให้ชาติพันธมิตรตะวันตกมอบทุกอย่างที่ยูเครนต้องการในการปกป้องตนเอง และให้ยูเครนใช้มิสไซล์ที่ชาติพันธมิตรตะวันตกมอบให้ในการโจมตีเข้าไปในดินแดนของศัตรู เพื่อลดภัยคุกคามจากรัสเซีย
การโจมตีเมืองคาร์คีฟอย่างหนักมีเกิดขึ้นหลังจากวันก่อนหน้า กระทรวงกลาโหมรัสเซียกล่าวอ้างว่า ยูเครนได้ส่งโดรนมากกว่า 158 ลำ เข้ามาโจมตีใน 15 แคว้นของรัสเซีย ซึ่งรวมถึงมอสโกอันเป็นเมืองหลวงด้วย โดยมุ่งเป้าโจมตีระบบสาธารณูปโภคด้านพลังงานของรัสเซีย อย่างไรก็ดี หน่วยป้องกันทางอากาศของรัสเซียได้ยิงสกัดทำลายโดรนดังกล่าวไว้ได้
ทว่าก็มีรายงานว่าเศษซากโดรนที่รัสเซียสกัดทำลาย ได้ก่อให้เกิดไฟลุกไหม้ขึ้นที่โรงกลั่นน้ำมันมอสโกและที่โรงไฟฟ้าโคนาโคโวในแคว้นทเวียร์ของรัสเซียที่อยู่ติดกับมอสโก นับเป็นเหตุการณ์ที่ยูเครนส่งโดรนโจมตีในดินแดนรัสเซียครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งนับจากสงครามเต็มรูปแบบระหว่างสองชาติเปิดฉากขึ้นเมื่อต้นปี 2565

