ออสเตรเลีย จีดีพี Q2 โตต่ำ 0.2% จากการใช้จ่ายผู้บริโภคที่ลดลง 0.2% และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ตกลงทำราคาส่งออกลด 3% แต่มีการใช้จ่ายภาครัฐช่วยประคองไว้ได้ ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์บางส่วนมองว่า การกระทำของภาครัฐกระตุ้นเงินเฟ้อให้ยังสูงอยู่
วันที่ 4 กันยายน 2024 นิกเคอิ เอเชีย (Nikkei Asia) รายงานว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของออสเตรเลียไตรมาส 2/2024 เติบโตต่ำอยู่ที่ 0.2% ภาครัฐพยุงเศรษฐกิจเอาไว้ได้ แม้การใช้จ่ายของผู้บริโภคอ่อนตัวลง แต่นักเศรษฐศาสตร์บางส่วนมองว่า การกระทำของภาครัฐกระตุ้นเงินเฟ้อให้ยังสูงอยู่
โดยจีดีพีออสเตรเลียสอดคล้องกับคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ สะท้อนแนวโน้มเศรษฐกิจที่ยังคงเติบโตช้าอย่างต่อเนื่อง จากเดิมที่เติบโต 0.2% ในไตรมาสแรกของปีนี้ ซึ่งทำให้ประเด็นด้านการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาลถูกเน้นย้ำมากขึ้น
ภาคการบริโภคในไตรมาสที่ 2/2024 จีดีพีต่อหัว (GDP per capita) ลดลง 0.4% โดยลดลงเป็นไตรมาสที่ 6 ติดต่อกัน ส่วนการใช้จ่ายครัวเรือนลดลง 0.2% การลงทุนลดลง 0.1% และราคาส่งออกลดลง 3% ซึ่งลดลงจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ได้แก่ ถ่านหินและแร่เหล็กเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่ราคาสินค้านำเข้าทรงตัว
ธนาคารกลางออสเตรเลีย (The Reserve Bank of Australia) คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 4.35% ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2023 โดยมีการปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นมาก่อนหน้านั้นทั้งหมด 13 ครั้ง นับจากเดือนพฤษภาคม 2022 แม้จะมีการเติบโตต่ำและธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ก็ส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้
แต่ มิเชล บูลล็อก (Michele Bullock) ผู้ว่าการธนาคารกลางออสเตรเลีย ก็ตัดสินใจไม่ดำเนินการใด ๆ โดยกล่าวว่า อุปสงค์ส่วนเกินทำให้เงินเฟ้อยังคงสูงเกินกว่าที่จะผ่อนปรนดอกเบี้ยนโยบายภายในหกเดือนข้างหน้า
อัตราเงินเฟ้อเริ่มชะลอตัวลง โดยดัชนีราคาผู้บริโภคลดลงจากที่เพิ่มขึ้น 3.8% ในเดือนมิถุนายน เป็นเพิ่มขึ้น 3.5% ในเดือนกรกฎาคม จิม ชาลเมอร์ส (Jim Chalmers) รัฐมนตรีคลังออสเตรเลีย อ้างว่าเงินอุดหนุนคืนเงินค่าไฟจากรัฐบาลช่วยควบคุมการขึ้นราคา และลดค่าครองชีพได้ แต่บรรดานักเศรษฐศาสตร์บางคนกลับชี้ว่าการใช้จ่ายภาครัฐมีส่วนทำให้เกิดเงินเฟ้อ
เชน โอลิเวอร์ (Shane Oliver) หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของบริษัทที่ปรึกษาทางการเงินเอเอ็มพี (AMP) กล่าวต่อคณะกรรมการรัฐสภาเมื่อเดือนสิงหาคมว่า การอัดฉีดเงินของรัฐบาล ทำให้ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ดึงอัตราเงินเฟ้อให้กลับมาอยู่ที่ระดับเป้าหมาย 2% ถึง 3% ได้ยากกว่าเดิม
อย่างไรก็ตาม สตีเฟน วู (Stephen Wu) นักเศรษฐศาสตร์จากคอมมอนเวลธ์ แบงก์ (Commonwealth Bank) กล่าวว่า จากการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ลดลง และการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ที่ราคาตก ทำให้การใช้จ่ายของรัฐบาลในไตรมาส 2 ซึ่งเพิ่มขึ้น 1.4% สามารถช่วยพยุงเศรษฐกิจไว้ได้ แต่การใช้จ่ายของผู้บริโภคลดลงมากกว่าที่ธนาคารคาดไว้ ซึ่งสะท้อนถึงอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นและอัตราเงินเฟ้อที่ยังสูงอยู่ ดังนั้น สิ่งที่ฉุดรั้งการเติบโตโดยรวมของเศรษฐกิจจริง ๆ ดูเหมือนจะเป็นการใช้จ่ายภาครัฐ


