เมอร์เซเดส-เบนซ์ ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติเยอรมันถอนตัวจากการร่วมทุนพัฒนาและผลิตรถยนต์อีวีหรู ภายใต้แบรนด์เดนซ่า หลังเคยถอนหุ้นครั้งใหญ่ เจออุปสรรคตั้งแต่เริ่มจนไปต่อไม่ไหว ทำให้ขณะนี้ บีวายดีเป็นเจ้าของแบรนด์เดนซ่าทั้งหมด
เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2024 นิกเคอิ เอเชีย (Nikkei Asia) รายงานว่า กลุ่มเมอร์เซเดส-เบนซ์แจ้งถอนตัวจากการร่วมทุนด้านรถยนต์ไฟฟ้าระดับไฮเอนด์กับบีวายดีของจีน โดยขายหุ้นที่เหลืออยู่ 10% หลังจากยกเลิกการถือหุ้นไปจำนวนมากแล้วเมื่อปี 2021 ทำให้ขณะนี้ บีวายดีเป็นเจ้าของแบรนด์เดนซ่าทั้งหมด
ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติเยอรมัน เมอร์เซเดส-เบนซ์ (Mercedes-Benz) กล่าวเมื่อวันวาน (17 กันยายน) ว่า เทคโนโลยีของบริษัทไม่ได้รวมอยู่ในรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแบรนด์เดนซ่า (Denza) ซึ่งเป็นแบรนด์ที่เคยร่วมทุนกันพัฒนาและผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าระดับหรูกับบีวายดี (BYD) อีกต่อไป
หลังจากที่เดมเลอร์ (Daimler) บริษัทร่วมทุน ซึ่งก่อตั้งขึ้นโดยสองบริษัทนี้ เมื่อปี 2011 ประสบปัญหาในการร่วมมือกันตั้งแต่เริ่มแรก กล่าวคือ เดนซ่า ขายรถยนต์ได้เพียงประมาณ 5,000 คันในปี 2021 และเมอร์เซเดสได้ลดสัดส่วนการถือหุ้นจาก 50% เหลือ 10% ในปีนั้น
ต่อมา ภายใต้การควบคุมของบีวายดี เดนซ่าพลิกตัว ยอดขายเพิ่มเป็นราว 10,000 คันในปี 2022 และในปีที่แล้ว ยอดขายเพิ่มสู่ 128,000 คัน อีกทั้งมีแผนที่จะขยายเพิ่มเติม รวมถึงไปยังยุโรปและออสเตรเลีย แม้ว่าภาษีของสหภาพยุโรป (อียู) สำหรับ อีวีของจีนอาจเป็นอุปสรรคก็ตาม
อย่างไรก็ตาม แม้ถอนตัวจากการร่วมทุนบีวายดี แต่เมอร์เซเดสยังคงมีส่วนร่วมในการร่วมทุนกับจีน รวมถึงบริษัทเจ้อเจียง จีลี่ โฮลดิ้ง กรุ๊ป ( Zhejiang Geely Holding Group) และบีเอไอซี มอเตอร์ ( BAIC Motor)
อ่านข่าวต้นฉบับ: เมอร์เซเดส-เบนซ์ ถอนตัวร่วมทุนอีวีหรู บีวายดี